สังคม-สตรี  :  17 ก.พ. 2560

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร

 บรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมหาราชวัง วันที่ 17 ก.พ.

         บรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมหาราชวัง ในวันที่ 17 ก.พ.นี้  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศยังคงเดินทางมาเข้าแถวรอเข้ากราบกันอย่างต่อเนื่อง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อในหลวงรัชกาลที่ 9

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร

 

         นางนุชนาถ ทุนทุสวัสดิ์ อายุ 29 ปี อาชีพค้าขาย ชาว ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตัวเองและครอบครัวเดินทางมาพร้อมกับคณะคนรู้จัก โดยเหมาะรถมากันเอง และพึ่งจะเดินทางมาเป็นครั้งแรก อยากมากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวงรัชการที่ 9 ด้วยความรักและอาลัย เพราะเกิดมาก็เห็นพระองค์ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือคนไทย ทั้งเรื่องเกี่ยวกับน้ำ ทั้งหน่วยแพทย์อาสาที่เข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดารห่างไกลให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายขึ้น นอกจากนี้ ยังประทับใจในคำสอนของพระองค์โดยเฉพาะเกี่ยวกับความพอเพียงซึ่งพระองค์ก็ทำให้เห็นเป็นแบบอย่างทั้งเรื่องการใช้ของที่ไม่ฟุ่มเฟือย ประหยัด อดทน การลงมือปฏิบัติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความรักในพระองค์อย่างมาก จึงได้พาครอบครัวมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระองค์ในวันนี้

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร

 

    ขณะที่นางบุญศรี สิงห์พรหม อายุ 61 ปี ชนเผ่าไทใหญ่ ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับชมรมคนรักในหลวง จ.แม่ฮ่องสอน ดีใจมากที่วันนี้ได้มีโอกาสเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพ่อหลวง สมัยที่ตนอายุ 18 ปี เคยมีโอกาสได้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ศาลากลาง จ.แม่ฮ่องสอน มีประชาชนรับเสด็จจำนวนมาก พระองค์ทรงแนะนำให้ราษฎร์พัฒนาการปลูกพืชผักเลี้ยงชีพ ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ได้รับเสด็จฯพระองค์ท่านในครั้งนั้น ซึ่งปัจจุบันตนก็ยึดอาชีพทำสวน ปลูกกระเทียม และปลูกพืชผักชนิดต่าง ๆ ขายเลี้ยงชีพ

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร

 

      นางประพิณ รุจิรวงศ์ วัย 65 ปี กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพว่า ว่าถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยเพราะสุขภาพไม่ค่อยดีลุกนั่งลำบาก จึงมีโอกาสได้มาในวันนี้ ในฐานะเจ้าภาพร่วม ซึ่งถือเป็นความปลาบปลื้มใจที่ได้มาถวายความจงรักภักดี ต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะตลอดระยะ 70 ปีแห่งการครองสิริราชย์สมบัติ พระองค์ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่แสนประเสริฐเหลือเกิน ได้พระราชทานโครงการในพระราชดำริกว่า 4,500 โครงการ บางครั้งก็ยังนึกสงสัยว่าพระองค์ไม่ทรงเหนื่อยบ้างหรืออย่างไร

        “ในหลวงรัชกาลที่9 ได้พระราชทานโครงการในพระราชดำริอย่างมากมาย ทั้งเรื่อง ป่าไม้ ดิน และเรื่องน้ำ และเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนตัวรู้สึประทับใจในทุกโครงการฯของพระองค์ที่ทรงวางไว้เป็นแนวทางให้พสกนิกรชาวไทยทุกคนได้เจริญรอยตาม โดยเฉพาะปรัชญาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่ทุกวันนี้เราก็ได้นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และจะพยายามช่วยเหลือชี้แนะแนวทางให้กับลูกหลาน และคนในสังคมต่อไป เพราะถ้าเราใช้ชีวิตอยู่บนความพอเพียงทุกอย่างในชีวิตก็เพียงพอแล้ว”นางประพิณ กล่าว

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร

 

       นางสาวณมณ พรมแสงใสอายุ 33 ปี พนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ตั้งใจนานแล้วว่าจะเข้ามากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 สักครั้งหนึ่ง แต่เพิ่งจะมีโอกาส จึงนั่งรถทัวร์จากชัยภูมิมาคนเดียวเมื่อตอน 5 ทุ่ม ก่อนเข้ามาต่อคิวสักการะพระบรมศพในช่วงเช้า เมื่อได้เข้าไปกราบพระบรมศพ แม้จะรู้สึกตื้นตันและประทับใจ แต่ก็ยังคงรู้สึกเสียใจอยู่ตลอด ส่วนตัวทำงานเกี่ยวกับเกษตรกรอยู่แล้ว สิ่งที่ประทับใจมาตลอดจึงเป็นคำสอนของพระองค์เรื่องการเพาะปลูก การเกษตรต่างๆ พยายามนำคำสอนไปส่งต่อชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะรู้ซึ้งมากกว่าเราที่ได้ข้อมูลจากวิชาการ จึงได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเรื่องหญ้าแฝก ที่ชาวบ้านนำไปปลูกกันดินสไลด์ ถือเป็นสิ่งที่ทำได้จริง เห็นประโยชน์จริงๆจึงประทับใจคำสอนเรื่องการเกษตรนี้มากที่สุด นอกเหนือไปจากเรื่องความพอเพียง ที่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร

 

             ด้านนางสาวศุภลักษณ์ ชัยชนะอายุ 21 ปี นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงชั้นปีที่ 3 ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติทั้งของตนเองและครอบครัว เพราะเป็นคนแรกที่ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนมา แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่แต่ก็ประทับใจในพระราชกรณียกิจต่างๆของในหลวงร.9 อยู่เสมอ ยิ่งช่วงหลังสื่อต่างๆได้นำสารคดีเกี่ยวกับพระองค์มาฉายยิ่งทำให้ซึมซับได้มาก ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเองชาวบ้านก็ได้รับประโยชน์จากเขื่อนรัชวิภา ซึ่งผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ หากไฟในจังหวัดตัดก็จะต่อติดทันที รวมทั้งเรื่องเพาะปลูกต่างๆด้วย ส่วนตัวตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบจะกลับไปเป็นครูที่โรงเรียนที่จบมา ซึ่งมีครูพื้นที่น้อย ทำเรื่องย้ายมาก วันศุกร์นักเรียนแทบไม่ได้เรียนเพราะครูต้องรีบกลับบ้าน จึงอยากกลับไปทำหน้าที่ตรงนี้และยึดคำสอนของในหลวงร.9 ที่จะสอนให้เด็กเป็นคนดีสืบไป

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร

 

           ปิดท้ายที่  ผศ.ดร.ประพจน์ อัศววิรุฬหการ กรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานชมรมนักเรียนเก่าสวนกุหลาบ รุ่น 87 กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ ว่า ตัวเองในฐานะที่เป็นนักเรียนทุนอานันทมหิดล ก็เท่ากับในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านส่งให้เรียนหนังสือ นอกจากนี้ ตัวเองยังได้รับพระราชทานสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เพราะสิ่งที่พระองค์พระราชทานให้นั้นมากมายนัก พระองค์ทรงมีพระเมตตากรุณาและเห็นความทุกข์ยากลำบากของผู้อื่นเสมอ จะต่างกับคนที่ไม่มีความเมตตากรุณาก็จะเห็นแต่ความทุกข์ของตนเอง

           “ในหลวง ร.9 ท่านทรงมีความเมตตา เวลาที่เสด็จฯไปเยี่ยมราษฎร พระองค์ทอดพระเนตรราษฎรที่มาเฝ้า ก็จะทรงทราบว่าจุดไหนที่ต้องช่วยเหลือ และช่วยเหลืออะไรแก่ราษฎรบ้าง หากพระองค์ไม่มีความเมตตาก็จะมองไม่เห็นความทุกยากของราษฎร ที่ผ่านมาก็ได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาปรับใช้ในการทำงานในหลายประเด็น เช่น จะต้องเป็นคนที่มีความพยายาม และนำความรู้ไปใช้ในทางที่ถูก และต้องเข้ากับคนอื่นได้ เนื่องจากช่วงที่เป็นนักเรียนทุนอานันทมหิดล ในหลวง ร.9 ท่านทรงย้ำ เสมอว่า หลังจากเรียนจบกลับมาประเทศไทยแล้วต้องพูดกับคนอื่นรู้เรื่อง ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถทำงานกับใครได้นอกจากนี้ ยังได้ยึดพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในเรื่องความพอดี เพราะหากไม่มีความพอดีก็จะทำอะไรไม่สำเร็จ" ผศ.ดร.ประพจน์ กล่าว 

       โดยในวันนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 16 ก.พ.หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.12 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 29,927 คน รวม 106 วันมี4,475,804 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,995,658 บาท รวม 106 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 377,648,560.09 บาท

 

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร

 

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทรงคลายความทุกข์ยากของราษฎร


เปิดอ่าน