พาณิชย์สุดปลื้มยอดขาดดุลการค้าเดือนกรกฎาคมเหลือแค่ 84.2 ล้านดอลลาร์ คุยนโยบายควบคุมนำเข้าได้ผลเต็มพิกัด ระบุยอดนำเข้าน้ำมันวูบ 20% ส่วนสินค้ากลุ่มเหล็กยอดตก 16% เชื่อบัญชีเดินสะพัดตีตื้นเกินดุลกว่า 100 ล้านดอลลาร์ "สมคิด" สั่งจับตาใกล้ชิด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการส่งออกและนำเข้าประจำเดือนกรกฎาคม 2548 ว่าการส่งออกอยู่ที่ 9,520.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18% ส่วนการนำเข้าอยู่ที่ 9,604.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20% ส่งผลให้ในเดือนกรกฎาคม ประเทศไทยขาดดุลการค้าเพียง 84.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
"ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน่าพอใจมาก เพราะลดลงจากช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ที่การขาดดุลเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 1,300-1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่หลังจากภาครัฐใช้มาตรการดูแลการนำเข้าสินค้าอย่างมีระบบ ทำให้การขาดดุลการค้าลดลงอย่างชัดเจน" นายสมคิด กล่าว
ขณะที่การส่งออกช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่า 61,348.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.7% ส่วนการนำเข้าอยู่ที่ 69,587 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 30.2% ทำให้ดุลการค้าช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ขาดดุล 8,232 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรัฐบาลจะพยายามทำให้ดุลการค้าขาดดุลน้อยกว่าที่ประเมินไว้ที่ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับดุลการค้าที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น นายสมคิดกล่าวว่า เป็นเพราะรัฐบาลได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง กลุ่มสินค้าเหล็กและทองคำ ซึ่งนำเข้าตามความจำเป็นโดยไม่มีการเก็งกำไร โดยตัวเลขนำเข้ากลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงถึง 20% น้ำมันดิบลดลง 22% ขณะที่สินค้าเหล็กลดลง 16% อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งนั้น รัฐบาลจึงยังคงจับตาเรื่องของการนำเข้าอย่างใกล้ชิด
"ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศติดตามนโยบายการนำเข้า เพื่อให้ดุลการค้าไม่ติดลบและเกิดความสมดุล ซึ่งขณะนี้หากดูตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนกรกฎาคมน่าจะเป็นบวกเกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ต้องขอดูตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดชัดเจนที่จะมีการประกาศในเร็วๆ นี้อีกครั้ง" นายสมคิด กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ยังได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการส่งออก กรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่าง กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน เพื่อหารือถึงการจัดทำยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 2548 โดยได้มอบหมายให้นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมจัดทำแผนดังกล่าวใน 3 หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะประชุมแผนยุทธศาสตร์ที่สมบูรณ์แล้วกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเดือนตุลาคมนี้