ประธาน กกต.ฉุนถูกสำนักโพลล์ท้าทาย ขู่ใครทำโพลล์เลือกตั้งเจอคุกแน่ ด้าน ทรท.เปิดตัว 37 ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ชู "6 ความสุขคนกรุง" ยกระดับชีวิตคน กทม.ใน 4 ปีเป็นจุดขาย ขณะที่ ปชป.ปัดข่าวแกนนำขัดแย้งโผปาร์ตี้ลิสต์ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก รร.แอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จ.ชลบุรี ว่าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมสนับสนุนการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2548 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง นายอำเภอ และปลัดอำเภอ จำนวน 975 คน เข้าร่วมรับฟัง โดยมี นายโภคิน พลกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน รวมทั้ง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายจรัล บูรณพันธุ์ศรี กกต. เข้าร่วมสัมมนาและบรรยายเรื่องแนวทางบริหารจัดการเลือกตั้ง ส.ส.
พล.ต.อ.วาสนา กล่าวชี้แจงถึงสาเหตุการกำหนดวันเลือกตั้ง และกำชับเจ้าหน้าที่ว่า ใจจะรักใครหรือเกลียดใคร ต้องเก็บเอาไว้ เพราะมักจะมีเรื่องว่าคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงๆ จะถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ตามมาตรา 47 ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. ระบุถึงการใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นคุณและโทษกับผู้สมัคร ดังนั้น ต้องแยกความเป็นกลางกับการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นโอกาสที่จะถูกกล่าวหาจะมีสูง
พล.ต.อ.วาสนา ยังกล่าวถึงสำนักโพลส์ต่างๆ ที่ต้องการให้ กกต.กลับไปทบทวนเรื่องการอนุญาตให้เผยแพร่ผลการสำรวจการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะที่ผ่านมาในต่างประเทศยังสามารถเปิดเผยได้ว่า อย่าลืมว่าเราอยู่ในประเทศไทย ต้องดูกฎหมายไทยว่าเป็นอย่างไร เพราะแม้แต่ในสหรัฐเอง กฎหมายแต่ละรัฐยังไม่เหมือนกัน บางแห่งทำได้บางแห่งทำไม่ได้ ทั้งนี้ในประเทศไทย กฎหมายเลือกตั้งในมาตรา 44 (5) เขียนไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการจูงใจด้วยการทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวผู้สมัคร เป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัคร
"ถ้าท่านมั่นใจว่าการทำโพลล์เป็นการทำที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเข้าใจ หรือจูงใจใครก็ตาม ท่านก็ทำสิครับ ไม่เป็นไร ท่านทำไปเลย ไม่ต้องมาท้าทาย ไม่ต้องมาท้าผม แต่ถ้าผมพิจารณาเห็นว่าผิด ผมจะดำเนินคดีตามกฎหมาย แค่นั้นเอง ไม่ใช่เรื่องที่ท้าทาย ผมไม่ใช่นักเลงที่จะมาท้าตีท้าต่อยกัน และขอถามหน่อยว่า คราวที่แล้วซึ่งเราห้ามทำโพลล์มาโดยตลอด เพราะมาตรา 44 (5) ที่ไม่ให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ดังนั้น ท่านมั่นใจหรือว่าผลโพลล์จะออกมาถูกต้อง เมื่อคราวที่แล้วผลออกมาถูกหรือไม่ ที่ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะชนะ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถ้าผมจำไม่ผิด แพ้หลุดลุ่ย แล้วอย่างนี้จะว่าจูงใจหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ในกฎหมายระบุว่าเพื่อจูงใจ มันเป็นเจตนาพิเศษ" พล.ต.อ.วาสนา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำโพลล์ผิดกฎหมายแน่นอนหรือไม่ พล.ต.อ.วาสนา กล่าวว่า ผิด และยังคงยืนยันว่า หากสถาบันต่างๆ ยังคิดจะทำ สามารถทำได้ แต่ถ้า กกต.เห็นว่าผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
ทรท.ชูจุดขาย "6ความสุขคนกรุง"
ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคไทยรักไทย นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานภาค กทม. พร้อมด้วยแกนนำพรรค ประกอบด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองหัวหน้าพรรค นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว.การต่างประเทศ ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 37 เขตเลือกตั้ง ที่สวนเบญจกิตติ
นางสุดารัตน์ กล่าวว่า ในอีก 4 ปีข้างหน้าจะเป็นอีก 4 ปีที่จะต้องสร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ และ กทม.ถือเป็นหัวใจหลักของศูนย์กลางการพัฒนาประเทศ พรรคไทยรักไทยมีนโยบายที่จะรวมพลังระหว่าง ส.ข., ส.ก., ส.ส. และรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่จะทำให้ 4 ปีข้างหน้าเป็น 4 ปีแห่งความสุขของคน กทม.ให้ได้
นางสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า นโยบายของพรรคไทยรักไทยใน 4 ปีข้างหน้า ที่จะสร้างความสุขให้กับคน กทม. มีด้วยกัน 6 ด้าน คือ 1.ความสุขของคน กทม.ในการเดินทางที่สะดวกและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น คน กทม.จะได้ใช้รถไฟฟ้าที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร 10 เส้นทาง มีความยาวถึง 361 กม. เป็นความยาวลำดับที่ 3 ของโลก ด้วยงบประมาณ 5 แสนล้านบาท จะเปิดให้การบริการได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า ส่วนอัตราค่าโดยสาร ตามนโยบายของหัวหน้าพรรคที่ต้องการให้คน กทม.ทุกคนได้มีโอกาสได้ใช้บริการ จึงได้กำหนดราคาไว้ไม่เกิน 15 บาท ตลอดเส้นทาง
2.ความสุขของเด็ก กทม.ที่จะได้มีโอกาสเรียนโรงเรียนดีๆ มีชื่อเสียงใกล้บ้าน พรรคไทยรักไทยจะผลักดันให้โรงเรียนที่มีชื่อเสียงได้ขยายเครือข่ายของตนเองเพิ่มขึ้น กระจายลงไปให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต ภายใน 4 ปีข้างหน้า รวมทั้งจัดโซนนิ่งรอบสถานศึกษา ไม่ให้มีแหล่งอบายมุข และเด็ก กทม.จะมีกองทุนยืมเรียนเพื่อการาศึกษา เมื่อเรียนจบมีงานทำแล้วค่อยผ่อนใช้คืน 3.ความสุขของเยาวชน กทม.ที่จะเติบโตในสังคมปลอดภัย ปลอดยาเสพติด ปลอดอบายมุข
4.ความสุขของคน กทม.จะมีความสุขภาพที่แข็งแรงและมีครอบครัวที่อบอุ่น โดยจะมีการรณรงค์ให้ "ทุกวันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว" 5.ความสุขของผู้สูงอายุ กทม.ที่จะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น สนับสนุนให้ลูกได้ดูแลพ่อแม่และให้พ่อแม่ได้มีโอกาสอยู่กับลูกหลานอย่างอบอุ่นด้วย "ภาษีลูกกตัญญู" นอกจากนี้ผู้สูงอายุ กทม. จะได้รับบริการตรวจสุขภาพฟรีทุกปี และจะดำเนินการให้มีกองทุนผู้สูงอายุ เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ขาดที่พึ่ง เช่น เบี้ยเลี้ยงยังชีพ การจัดที่พักอาศัย การลดค่าขนส่งมวลชน ตลอดจนการสร้างงานให้ผู้สูงอายุที่สามารถใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาในชีวิต ทำประโยชน์ให้สังคม
6.ความสุขของคน กทม.ที่จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น เช่น คน กทม.จะมีสวนสุขภาพทุกหมู่บ้านทั่ว กทม.จำนวน 1 พันแห่ง เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายของครอบครัว คน กทม.จะมีสวนสาธารณะ เช่น สวนลุมพินี เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 แห่ง อาทิ บางกระเจ้า ธนบุรี สะพานสูง เป็นต้น ตั้งกองทุนสิ่งแวดล้อม และสร้างสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นด้วย "บ้านมั่นคง" เพื่อความมั่นคงของชีวิตบนที่ดินทำเลเดิม มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง โดยสามารถโอนเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ และสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ยังไม่มีบ้านอยู่ จะสร้าง "บ้านเอื้ออาทร" ได้มีโอกาสมีบ้านเป็นของตนเอง
ประธานภาค กทม.กล่าวต่ออีกว่า นโยบายต่างๆ นี้ถือเป็นคำมั่นสัญญาของพรรคไทยรักไทยในพื้นที่ กทม. ที่จะพยายามทำให้คุณภาพชีวิตของคน กทม.ดีขึ้นภายใน 4 ปีข้างหน้า อย่างแน่นอน
ยันไม่ได้ขายฝัน-หางบมาทำได้แน่
ด้านนายสุริยะ กล่าวว่า ตอนนี้ความทุกข์อันดับหนึ่งของคน กทม. คือ การจราจร จากนี้ไปรัฐบาลจะสร้างเส้นทางแห่งความสุขให้กับชาว กทม. โดยเส้นทางแห่งความสุขดังกล่าวคือ เส้นทางรถไฟฟ้า ที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
นายสุริยะ กล่าวว่า เส้นทางแรกได้แก่ เส้นทางมักกะสัน-หัวลำโพง และมาเชื่อมต่อที่พญาไท คาดว่าภายในปีนี้จะมีการเซ็นสัญญาอย่างแน่นอน เส้นทางที่สองเป็นเส้นทางจากบางซื่อไปยังบางใหญ่ เส้นทางนี้มีหมู่บ้านขึ้นจำนวนมากกว่าหนึ่งพันโครงการ คาดว่าภายในกลางปีหน้าจะสามารถเริ่มดำเนินการ และอีกสองปีครึ่งจะสามารถให้บริการได้
นายสุริยะ กล่าวว่า นโยบายต่างๆ ของพรรคไทยรักไทยไม่ได้ขายฝัน เนื่องจากได้รับการดูแลเรื่องงบประมาณจาก รมว.คลังแล้ว และมีความมั่นใจว่าเงินที่จะนำมาใช้ทั้งหมด ได้รับการรับรองแล้วว่าจะสามารถหามาดำเนินการได้ ส่วนราคาค่าโดยสารกำหนดไว้ที่ 15 บาท และในอนาคตอาจจะทำให้ต่ำถึง 10 บาทได้ และจากการหารือกับผู้บริหารของรถไฟฟ้าใต้ดิน อาจจะมีการลดราคาลงให้เหลือ 10 บาท ใน 2 หรือ 3 สถานีแรก และสถานีต่อไปจะไม่ให้เกิน 15 บาท
"ทักษิณ" เย้ยมหาชนจะได้สักกี่เสียง
ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ที่ จ.ขอนแก่น ระหว่างเดินทางมาปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรคไทยรักไทย กรณีที่พรรคมหาชน ประกาศจะสกัดไม่ให้ไทยรักไทยได้ 250 เสียง และจับมือกับพรรคอื่นตั้งรัฐบาลร่วม ว่าไม่มีปัญหา เป็นยุทธศาสตร์ของแต่ละพรรคที่ยังอยู่ในระหว่างการแข่งขันต้องควักสารพัดยุทธศาสตร์ที่คาดหวังว่าจะชนะ
ส่วนที่พรรคมหาชนระบุว่าจะดึงพรรคชาติไทยเป็นพันธมิตรในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ต้องดูว่าตอนนั้นพรรคมหาชนและพรรคชาติไทยจะมี ส.ส.กี่คน ต้องรอดูตรงนั้น แต่ในส่วนของกระแสตอบรับของพรรคไทยรักไทยนั้น จากผลโพลล์พบว่าความนิยมของพรรคเพิ่มขึ้นในทุกภาค
นายกฯ ยังกล่าวถึงการที่ช่วงหลังๆ มานี้ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย บ่นน้อยใจบ่อยๆ ว่า หากหัวหน้าพรรคชาติไทย บ่นน้อยใจแสดงว่าไม่ได้โกรธ เพียงแต่ไม่มีเวลาคุยกันเท่านั้น เพราะช่วงนี้ตนงานยุ่ง
"สนั่น" แบะท่าพร้อมร่วมรัฐบาล
วันเดียวกันนี้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคมหาชน ให้สัมภาษณ์ที่ จ.บุรีรัมย์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคมหาชนจะส่งผู้สมัครลงมากกว่า 300 เขตเลือกตั้ง เชื่อว่าจะสามารถกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้มากกว่าครึ่ง หรือหากพรรคไทยรักไทยได้ไม่ถึง 250 ที่นั่ง อาจจะเป็นโอกาสของพรรคมหาชนเข้าไปเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศก็เป็นได้ แต่ถ้าพรรคไทยรักไทยได้เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล และให้พรรคมหาชนเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคไทยรักไทยก็จะต้องนำนโยบายของพรรคมหาชนมาใช้ในการบริหารประเทศ ไม่เช่นนั้นพรรคมหาชนก็จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลด้วยอย่างแน่นอน
ปชป.ปัดขัดแย้งบัญชีปาร์ตี้ลิสต์
ทางด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่มีข่าวความขัดแย้งในพรรค เรื่องการจัดทำบัญชี ส.ส.ที่จะลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อว่า สิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวไม่เป็นความจริง ถึงขณะนี้ยังไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นในการจัดทำบัญชีรายชื่อ ไม่มีสัญญาณใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่ามีความขัดแย้ง หรือไม่ลงรอยกัน ทั้งนี้ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรค ประชุมกับคณะผู้บริหารพรรคแล้ว และมีความชัดเจนว่า บัญชีรายชื่อ 100 รายชื่อ ให้คณะผู้บริหารไปสรรหา แล้วรวบรวมเสนอต่อหัวหน้าพรรค จากนั้นจึงจะมาปรึกษากันอีกครั้งว่าเหมาะสมหรือไม่ ในวันสมัครรับเลือกตั้งจะมีการประกาศรายชื่อครบทั้ง 100 คนแน่นอน อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ แต่เรามีหลักเกณฑ์การพิจารณาที่ทุกฝ่ายรับได้
ส่วนกรณีข่าวนายสมยศ สุธางค์กูร นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจวงการบันเทิงแห่งประเทศไทย จะเข้ามาเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายองอาจ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่เสียภาพลักษณ์แต่อย่างใด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทราบว่าหัวหน้าพรรคขอเวลาในการพิจารณาบัญชี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด โดยใช้หลักเกณฑ์เรื่องความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ โครงสร้างของพรรค และลำดับบัญชีรายชื่อเดิมของแต่ละคน แล้วจะมาแจ้งให้คณะผู้บริหารทราบ ซึ่งหัวหน้าพรรคให้ความมั่นใจกับทุกคนว่า จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์และให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้เชื่อว่าสมาชิกทุกคนมีวินัย พรรคมีข้อยุติอย่างไรเชื่อว่าทุกคนพร้อมจะปฏิบัติตาม