ภาคเหนือเกิดอาฟเตอร์ช็อกกว่า 31 ครั้ง วัดความสั่นสะเทือนได้ 5-6 ริคเตอร์ คนที่อยู่ที่สูงรู้สึกได้หลังจากเกิดแผ่นดินไหวระลอกแรกเมื่อช่วงเช้า ขณะที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสนเตรียมสำรวจโปราณสถานในอำเภอเชียงแสนกว่า 100 แห่ง หวั่นเกิดความเสียหาย พะเยา-พิจิตร น้ำในสระกระเพื่อมอย่างแรง ชาวบ้านตื่นยกมือไหว้ ส่วนที่อยุธยาเร่งค้ำยันโบราณสถาน หวั่นถล่ม กทม.ย้ายคนไข้กว่า 200 คนออกจาก รพ.เจริญกรุง เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเช้าวันที่ 26 ธันวาคม นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับภาคใต้แล้ว ยังมีผลในหลายจังหวัดภาคเหนือด้วย โดย ร.อ.พิเชษฐ์ อิ่มใจ หัวหน้าวิเคราะห์ข้อมูล สถานีวัดความสั่นสะเทือน กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กล่าวว่า หลังจากเกิดแผ่นดินไหวโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศพม่า ห่างจาก จ.เชียงใหม่ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 235 กิโลเมตร และรู้สึกได้ที่ จ.เชียงใหม่ และอีกหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งวัดความสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริคเตอร์ เมื่อเวลา 08.00 น. หลังจากนั้นก็ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 13.00 น. นับจำนวนได้ถึง 31 ครั้ง ความสั่นสะเทือนวัดได้ประมาณ 5-6 ริคเตอร์ ประชาชนที่สูงสามารถรู้สึกได้ และอาฟเตอร์ช็อกยังคงเกิดขึ้นอีกหลายครั้งจนถึงช่วงเย็นวันที่ 26 ธันวาคม อย่างไรก็ตาม ขณะที่เกิดแผ่นดินไหวทำให้ประชาชน นักท่องเที่ยวที่อาศัยอยู่บนโรงแรมและอาคารสูง ตกใจแตกตื่นวิ่งหนีออกมาจากที่พักกันอย่างโกลาหล
ส่วนที่ จ.เชียงราย ได้เกิดแรงสั่นสะเทือนจนรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.58 น. แรงสั่นสะเทือนได้ทำให้บ้านเรือน ต้นไม้ และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ สั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 2-3 วินาที โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาจังหวัดเชียงราย แจ้งว่าสามารถวัดความแรงได้กว่า 8.0 ริคเตอร์ ซึ่งถือเป็นแรงสั่นสะเทือนที่มากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากแรงสั่นสะเทือนที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
จากนั้น ในเวลา 08.30 น. ยังได้เกิดแผ่นดินสั่นสะเทือนเป็นระลอกที่ 2 โดยกินระยะเวลายาวนานพอๆ กัน และสามารถวัดความแรงได้กว่า 6.4 ริคเตอร์ ทั้งนี้แผ่นดินไหวลูกที่ 2 มีศูนย์กลางอยู่ในเขตประเทศพม่า ห่างจาก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ไปที่เส้นละจิจูด 2076 องศาเหนือและเส้นลองจิจูด 9804
นายปราโมทย์ ภู่ดี หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน กล่าวว่า ตามปกติแผ่นดินไหวอาจจะสร้างความเสียหายให้กับโบราณสถานต่างๆ ได้ โดยเฉพาะที่เชียงแสนซึ่งมีอายุร่วม 1 พันปี ทั้งนี้ในเชียงแสนมีโบราณสถานอยู่ประมาณ 100 กว่าแห่ง โดยหลายปีก่อนเคยเกิดแผ่นดินไหววัดความแรงได้ 4-5 ริคเตอร์ ปรากฏว่าอาคารของพิพิธภัณฑ์ก็เคยแตกร้าวมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย เนื่องจากโบราณสถานในเชียงรายมีหลายจุดทั้งที่คงเหลือเป็นเนินคล้ายเนินดินธรรม หรือเหลือความเป็นโบราณสถานไม่มากนักและที่ยังสมบูรณ์อยู่
ส่วนที่จังหวัดพะเยา นางรำพรรณ ชาวเหนือ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวริมแหล่งน้ำสาธารณะ "บวกหมื่นแก้ว" เลขที่ 239 หมู่ 14 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ขณะที่กำลังเตรียมของขายอยู่ ก็เหลือบเห็นว่าน้ำในบวกหมื่นแก้ว จู่ๆ ก็หายไป จากนั้นก็เพิ่มขึ้นมาอีก ตนตกใจมากจึงเรียกลูกสาวมาดู ต่อมาก็พบว่าขณะที่น้ำฝั่งที่ตนยืนอยู่หายไป น้ำฝั่งตรงกันข้ามกลับกลายเป็นคลื่นสูงเข้ากระแทกฝั่ง เป็นอยู่อย่างนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง ตนจึงเรียกชาวบ้านมาดูเพราะคิดว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่ช่วงหลังรู้ว่าเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหว
ด้าน น.ส.ศิรินภา ปิ่นใจ พนักงานต้อนรับโรงแรมนอร์ทเทิร์นเลค ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา กล่าวว่า ขณะที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่เคาน์เตอร์ ก็สังเกตเห็นต้นคริสต์มาสที่ทางโรงแรมจัดไว้ สั่นสะเทือนประมาณ 10 วินาที
ส่วนที่ จ.พิจิตร นายเพยาว์ ปิ่นทอง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/1 หมู่ 7 ต.โพธิ์ประทับช้าง เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 07.00 น. ขณะที่กำลังจะมาตักน้ำในสระ ก็พบว่าน้ำเป็นคลื่น โดยช่วงแรกคลื่นได้หนุนน้ำสูงขึ้นบนผิวดินยาวประมาณ 1 เมตร และลดลงเรื่อยๆ จึงตกใจ และไปเรียกชาวบ้านมาดู ซึ่งก็ตกใจกันมากเพราะไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน ทำให้ชาวบ้านบางคนถึงกับยกมือไหว้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีภูตผีอยู่ใต้น้ำและชาวบ้านไม่กล้าที่จะลงไปตักน้ำและลงไปอาบน้ำ จนกระทั่งเวลาเที่ยงจึงได้สงบลง โดยการเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ ตนเองได้ขับรถตระเวนดูที่บ่อน้ำจำนวนหลายสิบบ่อในหมู่บ้าน แต่ก็ไม่พบว่าบ่ออื่นๆ จะเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้
ขณะที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวยังส่งแรงกระเทือนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยชาวบ้านใน ต.พิตเพียน อ.มหาราช และ ต.คานหาม อ.อุทัย โดยการสั่นสะเทือนไม่รุนแรงนัก แต่พอจะมีความรู้สึกได้ว่ามีการสั่นสะเทือนของพื้นผิวดิน และบางแห่งสังเกตเห็นว่าน้ำในแม่น้ำมีการผุดเป็นฟองอากาศจำนวนมาก สร้างความตื่นเต้นให้กับชาวบ้านพอสมควร แต่ก็ไม่พบว่ามีความเสียหายใดๆ
นอกจากนี้ในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ยังได้ระดมคนงานมาติดตั้งเหล็กค้ำยันบริเวณโบราณสถานภายในวัดมหาธาตุ โดยใช้เหล็กค้ำยันบริเวณสถูปเจดีย์รองพระปรางค์ประธาน ซึ่งเป็นสถูปที่มีการทรุดตัวก่อนหน้านี้จนมีลักษณะเอน อย่างไรก็ตาม หลังเกิดแผ่นดินไหวยังไม่พบว่ามีการทรุดตัวหรือพังลงของโบราณสถาน แต่ทางกรมศิลปากรไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ป้องกันเอาไว้ก่อน
ส่วนที่กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ธันวาคม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนายจิม พันธุโกมล ผู้อำนวยการสำนักงานฝ่ายการโยธา กทม. และนายนิยม กรรณสูต ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันอุบัติภัย กทม. เดินทางไปตรวจความเสียหายที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ แขวงบางคอแหลม เขตบางโคล่ กทม. ภายหลังจากได้รับรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันเดียวกันนี้ได้เกิดแผ่นดินไหวจากปลายเกาะสุมาตราในประเทศอินโดเนเซีย ส่งผลกระทบมายังประเทศไทยโดยเฉพาะอาคารที่มีตัวตึกสูง
น.พ.จิรพงษ์ สายเชื้อ ผู้อำนวยการ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่สังกัด กทม. และนางพนอ จิตรเวช รองผู้อำนวยการฝ่ายการบริหาร ได้คอยให้การต้อนรับหลังจากที่คณะของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม.ได้เดินสำรวจความเสียหายภายในตัวอาคารของโรงพยาบาลทั้งหมดซึ่งเป็นตึกที่มีความสูงรวมด้วยกัน 30 ชั้น เรียบร้อยแล้ว นายอภิรักษ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้นับได้ว่าเป็นเหตุที่มีความรุนแรงมาก วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.1 ตามมาตราริคเตอร์ ซึ่งมีผลกระทบมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะอาคารที่มีความสูงมากๆ ที่มีอยู่ในกรุงเทพมหานคร เมื่อเกิดความสั่นไหวจะทำให้คนที่พักอาศัยอยู่ในตัวตึกเกิดความวิงเวียน คลื่นไส้ และอาเจียน การสั่นสะเทือนแผ่ออกเป็นวงกว้าง ตนได้สั่งให้เขตทุกเขตตรวจสอบความเสียหายอย่างรีบด่วนแต่ยังไม่พบว่ามีความเสียหายแต่อย่างใด
สำหรับสาเหตุที่เกิดขึ้นจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวกับ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์นั้น ตึกของโรงพยาบาลเป็นตึกที่มีความสูง 30 ชั้น ที่มีเหตุผิดปกติคือจากตึกชั้นที่ 9 ขึ้นไปมีอาการสั่นไหว ซึ่งก็ได้สั่งให้เคลื่อนย้ายคนไข้ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 200 คน ออกพ้นจากตัวอาคารโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่ปรากฏว่าตัวอาคารมีรอยร้าว จึงได้สั่งให้ย้ายคนไข้กลับเข้าไปในอาคารอย่างเดิมภายหลังจากเหตุการสงบ
หลังกล่าวกับผู้สื่อข่าวแล้ว นายอภิรักษ์ พร้อมด้วยคณะได้เดินไปยังห้องประชาสัมพันธ์ กล่าวกับญาติพี่น้องของคนไข้ที่มาเข้ารับการรักษาว่า อย่าได้วิตกกังวลกับเรื่องการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ เป็นโรงพยาบาลที่มีโครงสร้างแข็งแรงมาก ขณะนี้เหตุการณ์ได้เข้าสู่สภาวะเป็นปกติแล้ว คงจะไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน นายอภิรักษ์ กล่าวหลังจากนั้นได้เดินทางกลับ