คมชัดลึก Komchadluek.com

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2547

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

สรุปความสูญเสีย จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์

เหตุการณ์คลื่นยักษ์ซัดถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันนั้น นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตของผู้คนที่จำนวนตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นจากการเก็บกู้แล้ว

ยังมีความสูญเสียอีกมหาศาลที่ไม่สามารถประเมินได้ทั้งตัวทรัพยากรทางทะเลที่ทำให้ทะเลอันดามันของไทยได้รับการยกย่องว่า สวยงามติดอันดับโลก และโอกาสทางธุรกิจที่ดึงดูดเงินตราต่างประเทศสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจประเทศ

ปะการังพังสูญชื่อ "ไข่มุกอันดามัน"

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึง ความสูญเสียครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดก็ว่าได้ ไม่มีโอกาสเจออีกแล้วในช่วงชีวิตนี้ และยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเห็นแนวปะการังกลับมาสมบูรณ์ในรุ่นนี้ หรือรุ่นลูกของเราได้

ขณะนี้ประเมินว่า ร้อยละ 70 ของแนวปะการังอันดามันซึ่งถือว่าสมบูรณ์ และสวยที่สุดของไทยและของโลก ที่เรียกกันว่าเป็น "ไข่มุกอันดามัน" และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมีโอกาสเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จากความแรงของคลื่นและตะกอนทรายที่ทับถม แม้จะรอดไปได้แต่สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนแปลงไปจนส่งผลกระทบอีกเช่นกัน

"ที่สำคัญฐานข้อมูลทรัพยากรทางทะเลที่เคยทำไว้ตั้งแต่ในอดีต คงต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ถือเป็นการลบข้อมูลทางวิชาการ จึงขอฝากรัฐบาลว่าจะต้องเร่งสำรวจสภาพทรัพยากรใต้น้ำใหม่อย่างรวดเร็วก่อนฤดูมรสุมในเดือนพฤษภาคม 2548 เพื่อจะได้ใช้เป็นพื้นฐานในการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรในอนาคต" ดร.ธรณ์ กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านทางทะเล กล่าวอีกว่า แนวปะการังที่สูญเสียไปครั้งนี้รุนแรงกว่าการเกิดปะการังฟอกขาวเมื่อหลายปีก่อน โอกาสที่จะกลับมาสมบูรณ์คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 20 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะที่เกาะสุรินทร์ สิมิลัน พีพี ที่มีสัตว์น้ำเฉพาะถิ่น เช่น ปลาผีเสื้อบางชนิด ปลาสินสมุทร กุ้ง ปู ที่มีรายงานเฉพาะที่นั่น

นายสุวัช สิงหพันธุ์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ทั้ง 11 อุทยานแห่งชาติทางทะเลได้รับความเสียหายหมด โดยเฉพาะที่อยู่ทางตอนบนที่เสียหายเกือบทั้งหมด เช่น หาดเจ้าไหม จ.ตรัง อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต และอุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสภาพความเสียหายและวางแผนฟื้นฟูให้เร็วที่สุด

ห่วงพะยูนสูญพันธุ์ร่องน้ำเปลี่ยน

ด้านนายไมตรี ดวงสวัสดิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า คลื่นยักษ์ลักษณะนี้จะทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำ ปะการังที่อยู่ในน้ำตื้น ชายฝั่งเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งหญ้าทะเล และพะยูนที่น่าเป็นห่วง เพราะมีน้อยอยู่แล้ว หากหญ้าทะเลที่เป็นอาหารเสียหายอาจจะสูญพันธุ์ได้ ส่วนในน้ำลึกลงไปไม่น่าจะมีปัญหา ไม่เหมือนกับการเกิดพายุที่จะทำให้เกิดผลกระทบมากกว่า

"ที่กังวลคือชายฝั่ง ที่คลื่นนำเอาทรายและขี้โคลนขึ้นมาทับถม ซึ่งจะต้องหาวิธีกำจัด และการที่ปากแม่น้ำเปลี่ยนรูป ทำให้การไหลของน้ำลงทะเลหรือร่องน้ำในทะเลเปลี่ยนไปจนอาจมีผลต่อการเดินเรือได้" นายไมตรี กล่าว

ส่วนชายหาดจะมีขยะเกิดขึ้นมหาศาล ส่วนหาดทรายที่มีโคลนทับถมนั้นคงต้องรอให้กลับสู่สภาพเดิมตามธรรมชาติในช่วงฤดูมรสุมหน้า สำหรับการฟื้นฟูของปะการังนั้นต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 ปีถึงจะฟื้น

เชื่อยังมีหวังฟื้นฟูได้ใน 3-5 ปี

ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายการวิเคราะห์วิจัยและการฝึกอบรม การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ได้ส่งผลต่อโครงสร้างธรณีวิทยาและระบบนิเวศ โดยเฉพาะชายหาดที่จะเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เช่น หาดทรายบางแห่งหายไปแหว่งไป ต้องใช้เวลา 3-5 ปีจึงจะฟื้นฟูได้เหมือนเดิม โดยต้องไม่มีปัจจัยอื่นๆ เช่น เอล นีโญ่ ที่จะทำให้การฟื้นฟูต้องช้าออกไปอีก

"สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ คือ การเร่งสำรวจระบบนิเวศทั้งหมดเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูให้กลับมาเร็วที่สุด ไม่งั้นเราอาจจะต้องสูญเสียไข่มุกอันดามันเม็ดนี้ไปก็ได้" ดร.อานนท์ กล่าว

ดร.ปริญญา นุตาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา เชื่อว่า ผลกระทบครั้งนี้อาจจะไม่มากนัก หากมีแผนฟื้นฟูที่ดีพอ เพราะหาดบางแห่งคิดว่าไม่น่าจะเกิน 3-5 ปีจึงจะฟื้นกลับมาได้ ส่วนระบบนิเวศปะการังคงต้องให้เวลากับธรรมชาติ

"ในสหรัฐ เกิดแผ่นดินไหวที่อลาสกา ค่อนข้างรุนแรง แหล่งท่องเที่ยวเขาก็ฟื้นคืนกลับมาได้ ไข่มุกอันดามันก็สามารถฟื้นได้ ระยะสั้น 2-3 ปี อาจจะเสียหายแต่ระยะยาวเชื่อว่าจะกลับมาได้อีก" ดร.ปริญญา กล่าว

ระวังภัยแล้งจากระดับน้ำทะเลเปลี่ยน

ดร.เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ผลกระทบต่อระบบนิเวศคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะปะการังที่ถูกคลื่นกวาดขึ้นมารวมทั้งการสูญเสียหน้าดิน แต่ก็อาจได้ความอุดมสมบูรณ์ขึ้นจากตะกอนใต้น้ำที่ถูกพัดพาขึ้นมา แต่ก็เป็นช่วงสั้นเท่านั้น เทียบกันไม่ได้กับการสูญเสียด้านอื่น โดยเฉพาะการสูญเสียปริมาณน้ำให้กับทะเลมากกว่าที่พื้นดินรับน้ำจากทะเล ซึ่งจะทำให้เกิดความแห้งแล้งได้

ประมงเพาะเลี้ยงชายฝั่งพัง 600 ล้าน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รายงานเบื้องต้นพบมีเรือประมงเสียหาย 1,151 ลำ แยกเป็นเรือขนาดใหญ่ 15 ลำ เรือขนาดเล็ก 1,136 ลำ และกระชังปลา 12,595 กระชัง โป๊ะขนาดใหญ่ 134 โป๊ะ โป๊ะเล็ก 287 โป๊ะ อวนลอย 183 ผืน ล่อปู 19,635 ลูก ลอบปลาหมึก 11,429 ลูก และฟาร์มเลี้ยงกุ้งอีก 1 ฟาร์ม รวมมูลค่า 660 ล้านบาท สำหรับกระชังปลาที่เสียหายนั้น ได้สั่งให้กรมประมงประเมินความเสียหายและหาทางช่วยเหลือแล้ว

“จะเร่งช่วยเหลือโดยด่วน เพราะผู้ประสบภัยเสียทั้งบ้านและไม่มีอาหาร แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพียงห่อเดียวก็มีความหมาย” รมว.เกษตรฯ กล่าว

อุตุฯ ท่องเที่ยวพังยับหมื่นล้าน

นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หากพิจารณาคร่าวๆ ผลกระทบจากคลื่นยักษ์ครั้งนี้ น่าจะเสียหายนับหมื่นล้านบาท โดยแผนระยะสั้นที่รัฐจะเข้าไปช่วยเหลือหลายแนวทาง เช่น ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า หรือให้เงินทุนแบบไม่คิดดอกเบี้ย ในเบื้องต้นจะฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานและสร้างขวัญกำลังใจผู้ที่ได้รับผลกระทบ ภัยพิบัติครั้งนี้ ถือว่าร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในไทย

"เฉพาะ จ.ภูเก็ต ในแต่ละปีที่จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในช่วงฤดูการท่องเที่ยว 3-4 แสนคน สร้างรายได้ช่วงปลายปี ประมาณ 30,000 ล้านบาท" รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

ทั้งนี้ในวันที่ 27 ธันวาคม จะเรียกประชุมคณะกรรมการ ททท.และภาคเอกชน เพื่อประเมินความเสียหายและผลกระทบ โดยจะขอให้ผู้ประกอบการไปชี้แจงกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวในแถบทะเลอันดามันเปลี่ยนไปท่องเที่ยวที่อ่าวไทย หรือที่อื่นๆ แทน รวมทั้งเตรียมอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวต่างชาติ ญาติผู้เสียชีวิต และแผนฟื้นฟูและช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว เช่น การให้เงินทุนไม่คิดดอกเบี้ย และเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด

ทัวร์ต่างชาติแห่ยกเลิกจอง

นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทนำเที่ยวในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น รัสเซีย และยุโรป สอบถามมายัง ททท.จำนวนมากว่า สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้หรือไม่ ส่วนการขอยกเลิกการจองห้องพักนั้น ขอเวลา 2 วันให้สมาคมโรงแรมไทยไปตรวจสอบอยู่

"คาดว่าใน 1 เดือนนี้จะฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ให้แล้วเสร็จได้ " ผู้ว่าการ ททท. กล่าว

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลด้านท่องเที่ยว กล่าวว่า ขณะนี้ขอดำเนินมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนมาตรการช่วยเหลือและผลกระทบต่างๆ นั้น ขอให้ผ่านเหตุการณ์ช่วงนี้ไปก่อน

นายวศิน สุขมาสิน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัท สกายไลน์ทริป จำกัด บริษัทนำเที่ยวในประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ยกเลิกโปรแกรมทัวร์ที่มีลูกค้าจองเข้ามาตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ทั้งหมดแล้ว เนื่องจากทะเลที่ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ได้รับผลกระทบหนักจนไม่มีความสวยงามแล้ว ล่าสุดได้เตรียมแผนการจัดโปรแกรมทัวร์ใหม่ในภาคอื่นๆ ของประเทศ

เชื่อ 2 ปีถึงจะฟื้นฟูสู่ปกติได้

น.ส.มัสลิน สุขพัฒนานรากุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดการจอง (บุ๊คกิ้ง) ใหม่ได้ถูกยกเลิกแทบ 100% แล้ว และได้เกิดผลกระทบกับบริษัทสมาชิกแล้ว 300 ราย ส่วนการฟื้นฟูเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่ารัฐจะเร่งทำได้ภายในเวลา 6 เดือน เชื่อว่า จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2 ปี

นายสุบินท์ ฉายะบุระกุล อดีตนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กระบี่ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีโรงแรมถึง 70 เปอร์เซ็นต์หรือกว่า 10,000 ห้องพักได้รับความเสียหาย

"ตอนนี้ทัวร์ต่างๆ ได้ขอยกเลิกหมดแล้ว ปีที่ผ่านมากระบี่มีรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 30,000 ล้านบาท คิดว่าปีนี้ก็คงจะเหลือไม่เท่าไร" นายสุบินท์ กล่าว

นายประกิจ ชินอมรพงษ์ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า กลุ่มโรงแรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือที่เกาะพีพีและเขาหลัก รวมถึงป่าตองบางส่วน

“เวลานี้เราคงต้องคิดแก้ปัญหาระยะสั้นก่อน คือเรื่องการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว” นายประกิจ กล่าว




พระเครื่อง คม ชัด ลึก

ก๊วน กวน ข่าว
ดูดวง
ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทยในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น
จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซองส่องไทย
นักข่าวชาวบ้าน ห้องสนทนา
เวบบอร์ด ทักทายบันเทิง
คุยเฟื่องเรื่องกีฬา


fujitsuVisit Libertasamsung
nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543