นายชาร์ลส์ แมคครีรีย์ หัวหน้าศูนย์เตือนภัยคลื่นยักษ์ซูนามิในทะเลแปซิฟิก ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุคลื่นยักษ์ที่บริเวณชายฝั่งทะเลภูมิภาคเอเชียนั้น ตนได้พยายามเตือนภัยมาก่อนหน้านี้ว่า อาจจะเกิดเหตุคลื่นยักษ์ซูนามิตามมา แต่ในภูมิภาคเอเชียไม่มีระบบเตือนภัยคลื่นยักษ์ซูนามิอย่างเป็นทางการ จึงให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์แจ้งเตือนไปยังประเทศออสเตรเลีย และนาวิกโยธินสหรัฐ รวมถึงสถานทูตสหรัฐทั่วโลก
"ทางศูนย์มีการออกหนังสือข่าวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวส่งไปยังประเทศในแถบแปซิฟิก ซึ่งก็รวมถึงออสเตรเลียและอินโดนีเซีย เมื่อตรวจพบแผ่นดินไหวก็จะมีเวลาราว 20 นาที ถึง 2 ชั่วโมงที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ จะเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังที่ปลอดภัย ทั้งนี้พื้นที่ที่มีการติดตั้งระบบเตือนภัยซูนามิ และระดับน้ำ จะมีอยู่ทั่วมหาสมุทรและแปซิฟิก และชายขอบภูมิภาคแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกาใต้ก็มีระบบเตือนภัยนี้ด้วยเช่นกัน" แมคครีรีย์ กล่าว
ด้าน รศ.ปัญญา จารุศิริ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยยังไม่มีศูนย์เตือนภัยซูนามิ มีเพียงแค่ระบบการตรวจวัดคลื่นแผ่นดินไหวเท่านั้น ในอนาคตประเทศไทยต้องมีการร่วมมือกับนานาชาติ โดยเฉพาะการแจ้งข่าวสารความเคลื่อนไหวของคลื่นยักษ์ และต้องมีเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวที่มีความทันสมัยและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเราขาดการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นเครือข่ายที่ดีพอ ซึ่งทุกประเทศทั่วโลกยังไม่มีประเทศใดมีเครื่องมือที่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อไร ทำได้เพียงเตือนหลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วเท่านั้น
หลังเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์ภายใน 6 จังหวัดภาคใต้ของไทยนั้น นายมัธยม โคตรนรินทร์ เจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา จ.ภูเก็ต กล่าวยอมรับว่า มีเพียงเครื่องตรวจวัดความเคลื่อนไหวของแผ่นดินเท่านั้น ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถวัดระดับความสั่นสะเทือนใต้ดินเท่านั้น และเหตุการณ์แผ่นดินไหวใต้น้ำที่เกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องยากที่จะมีการเตือนล่วงหน้า ไม่เหมือนการพยากรณ์อากาศ และทั้งนี้ทุกประเทศทั่วโลกยังไม่มีประเทศใดมีเครื่องมือที่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างแม่นยำ
"ขณะนี้เหตุการณ์ยังไม่เป็นที่น่าไว้ใจมากนัก คงต้องเฝ้าดูเหตุการณ์ต่ออีก 2-3 วันว่า จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกหรือไม่ แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงคงไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก อย่างไรก็ตามประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่อันตรายทั้ง 6 จังหวัด ควรจะอยู่ให้ห่างจากทะเลอย่างน้อย 300-500 เมตร และอยู่ในที่สูง หากเกิดแผ่นดินไหวประชาชนควรจะออกมาอยู่ในที่โล่งแจ้ง แต่อย่าอยู่ในรถยนต์" นายมัธยม กล่าว
อย่างไรก็ตาม การสร้างระบบเตือนภัยคลื่นยักษ์ในภูมิภาคเอเชีย ถือเป็นสิ่งท้าทายอย่างมากเพราะเป็นเรื่องที่ครอบคลุมพื้นที่หลายประเทศ และต้องมีการให้ความรู้กับประชาชนว่าการเตือนภัยคืออะไร และพวกเขาต้องทำอะไรบ้าง และบางครั้งผู้คนก็อาจจะไม่ให้ความสนใจกับคลื่นยักษ์ เพราะมองว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
ทั้งนี้ รศ.ปัญญา กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกของระบบเตือนภัย คลื่นยักษ์ซูนามิ ซึ่งเป็นโครงการระบบเตือนภัยที่เกิดจากความร่วมมือของ 26 ประเทศ โดยข้อมูลจากหนังสือ "ความรู้คือประทีป" โดย อ.เศวต ศรีสุรัตน์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ระบุว่าโครงการดังกล่าวมีภารกิจสำคัญในการติดตามตรวจสอบคลื่นแผ่นดินไหวและสถานีวัดระดับน้ำทะเลในบริเวณเขตแปซิฟิก เพื่อใช้ประเมินศักยภาพการเกิดคลื่นซูนามิและใช้สำหรับให้ข้อมูลข่าวสาร เตือนภัยเรื่องซูนามิ โดยมีศูนย์เตือนภัยซูนามิบริเวณภาคพื้นแปซิฟิก ตั้งอยู่บริเวณเมืองฮอนโนลูลู ฮาวาย เป็นศูนย์รับผิดชอบปฏิบัติงานในเขตแปซิฟิก
นอกจากนี้ หนังสือดังกล่าวยังให้ข้อมูลว่า ศูนย์เตือนภัยซูนามิเขตแปซิฟิก ตั้งอยู่ในเมืองอีวาบีชส์ ฮาวาย เพื่อช่วยให้ข้อมูลครอบคลุมบริเวณฮาวายและแปซิฟิกทั้งหมด เนื่องจากความสูงของคลื่นซูนามิเพียงเล็กน้อยในขณะที่เคลื่อนตัวในน้ำลึก แต่ระบบที่ใช้ตรวจจับคลื่นยักษ์นี้ยังไม่ได้ถูกพัฒนาเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามศูนย์ดังกล่าวจะออกประกาศเตือนภัยคลื่นซูนามิ เมื่อเกิดแผ่นดินมากกว่า 6.75 ริคเตอร์ขึ้นไปเท่านั้น