สถาบันจิตเวชแจ้งพนักงานสอบสวนคดีพี่กินตับน้องชายที่จ.ชัยภูมิให้เลื่อนการส่งฟ้องไม่มีกำหนด ระบุผู้ต้องหายังไม่สามารถมีสติที่ให้การสู้คดีให้กับตัวเองได้ ทางสถาบันจิตเวชจะต้องทำการรักษาบำบัดไปอีกระยะก่อน ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญสุดสลดซ้ำรอยกรณีซีอุยที่มีการควักอวัยวะของมนุษย์มากินเป็นอาหาร โดยนายสุริยา โพธิ์แสง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 7 บ้านกุดโดน ต.โนนสะอาด อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ ที่มีประวัติเคยติดยาเสพติดประเภทยาบ้าและทินเนอร์ จนสติไม่สมประกอบมีนิสัยชอบรับประทานอวัยวะดิบๆ ของสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขและแมว จนกระทั่งก่อเหตุฆ่า ด.ช.ลิขิต โพธิ์แสง วัย 9 ขวบ น้องชายแท้ๆ ของตัวเองแล้วคว้านท้องควักไส้ ตับ หัวใจสดๆออกมากิน เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่กระท่อมปลายนาทางทิศเหนือของหมู่บ้านห่างจากบ้านพักเพียง 2 กม.เท่านั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2547 พ.ต.อ.พงศ์เทพ สีตบุตร ผกก.สภ.อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า หลังเกิดคดีนี้ขึ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในที่เกิดเหตุ เบื้องต้น ด.ช.ลิขิต ผู้ตายถูกเชือกรัดที่คอ มัดมือ เท้า แล้งโยงขึ้นต้นไม้ข้างกระท่อมจุดเกิดเหตุ แล้วมีการใช้มีดผ่าเข้าที่ท้องควักไส้ พุง ออกมา ส่วนตับและหัวใจหายไป ซึ่งมีร่องรอยการนำอวัยวะดังกล่าวมาประกอบอาหารในที่เกิดเหตุด้วย มีทั้งพริกและเกลือหล่นตามพื้นกระท่อม และบริเวณใกล้ๆคนร้ายก็มีการนำอวัยวะมาล้างจนเลือดแดงเต็มไปหมดด้วย
จากการสอบปากคำนายสุริยา โพธิ์แสง พี่ชายของ ด.ช.ลิขิต เบื้องต้นก็รับสารภาพว่า เป็นคนลงมือจริง แต่ยังให้การสับสนและมีสติไม่สมประกอบ จึงได้มีการส่งตัวผู้ต้องหารายนี้ไปตรวจอาการทางจิตที่สถาบันจิตเวช กทม. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2547 ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.พงศ์เทพ สีตบุตร ผกก.สภ.อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ทางสถาบันจิตเวช ได้แจ้งมาให้ทราบแล้วว่า ขอให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทำเรื่องขอเลื่อนการส่งผู้ต้องหารายนี้ ขึ้นพิจารณาคดีที่ศาล จ.ชัยภูมิ ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด เพราะขณะนี้ถือว่าผู้ต้องหารายนี้ยังไม่สามารถหรือมีสติที่ให้การสู้คดีให้กับตัวเองได้ ทางสถาบันจิตเวชจะต้องทำการรักษาบำบัดไปอีกระยะก่อน ซึ่งก็ยังไม่ทราบกำหนดแน่ชัดได้ว่าจะเป็นเมื่อใด ทาง สภ.อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ จึงได้มีหนังสือตามที่สถาบันจิตเวชชี้แจงมาไปถึงศาลจ.ชัยภูมิ แล้วเพื่อขอเลื่อนส่งฟ้องผู้ต้องหารายนี้อย่างไม่มีกำหนด จนกว่าทางสถาบันจิตเวชจะแจ้งมาให้ทราบอีกครั้งก่อน