เกิดอาฟเตอร์ช็อกอีก 2 จุด เมื่อเวลา 07.24 น. และ 07.32 น. เช้าวันนี้ (27 ธ.ค.) ที่เกาะสุมาตรา แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ถึงภูเก็ตแต่ไม่รุนแรง กรมอุตุฯ ยันจะไม่เกิดปรากฏการณ์คลื่นยักษ์อีก เพราะความรุนแรงของแผ่นดินไหวต้องเกิน 8 ริกเตอร์ขึ้นไปถึงจะเกิดได้ ทีมแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขเข้าถึงพื้นที่เขาหลักช่วยผู้ประสบภัยได้แล้ว นายศุภฤกษ์ ตันศรีรัตนวงศ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 07.24 น. เช้านี้เกิดแผ่นดินไหวที่จุดเดิมคือหัวเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อีกครั้งแต่ไม่รุนแรง วัดได้ 5.5 ริกเตอร์ ซึ่งที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย รู้สึกถึงแรงสั่นเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ในเวลาใกล้เคียงกันห่างจากเกาะสุมาตราไปประมาณ 100 กิโลเมตร เกิดแผ่นดินไหวจุดใหม่ แต่อยู่ไกลจึงไม่รู้สึก อย่างไรก็ตาม มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดคลื่นยักษ์อีก เพราะปรากฏการณ์คลื่นยักษ์ต้องเกิดจากความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่ 8 ริกเตอร์ขึ้นไป
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า สภาพอากาศโดยทั่วไปที่จังหวัดภูเก็ต พังงา สตูล กระบี่ และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเมื่อวานนี้ ขณะนี้คลื่นลมสงบแล้วทะเลเรียบ และตามหลักวิชาการยืนยันได้ว่าจะไม่เกิดภาวะคลื่นสูงอีกในช่วงนี้ ประชาชนสามารถเข้าพื้นที่เพื่อติดตามหาญาติพี่น้องที่สูญหายได้ และเพื่อความไม่ประมาทหากมีความผิดปกติขอให้อยู่ห่างจากหาด 300-500 เมตรขึ้นไป ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ติดตามลักษณะสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบมีแรงสั่นแผ่นดินไหวในทะเลอันดามันฝั่งพม่าบ้างในคืนที่ผ่านมา
ด้านนายบุรินทร์ เวชบันเทิง ผู้ชำนาญการด้านแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า อาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นจุดเดิมมีจุดศูนย์กลางที่หมู่เกาะสุมาตราด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินโดนีเซีย ส่วนจุดใหม่เกิดเมื่อเวลา 07.32 น. มีแรงสั่นสะเทือน 6.1 ริกเตอร์ ที่ทางเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา แต่ยืนยันว่าระดับดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ซูนามิอีกรอบ เพราะการเกิดซูนามินั้นจะต้องมีแผ่นดินไหว 8 ริกเตอร์ขึ้นไป
นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ตั้งแต่เวลา 09.00 น. กรมบัญชีกลางได้จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดภาคใต้ทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต ระนอง พังงา สตูล และตรัง ซึ่งได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและคลังจังหวัดเร่งเบิกจ่ายงบประมาณจำนวน 245 ล้านบาทแล้ว โดยจังหวัดกระบี่ได้เบิกจ่ายงบฉุกเฉินไปแล้ว 20 ล้านบาท จังหวัดตรังเบิกจ่ายแล้ว 25 ล้านบาท ซึ่งกรมบัญชีกลางได้หารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งหากไม่เพียงพอจะเสนอคณะรัฐมนตรีขยายอำนาจอนุมัติของกรมบัญชีกลางในการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือได้ทันทีให้มากขึ้น ส่วนความต้องการงบประมาณเพิ่มเติมจะเป็นเท่าใดต้องรอดูการประเมินความเสียหายและความต้องการเร่งด่วนอีกครั้งเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 07.30 น. วันนี้ (27 ธ.ค.) นายโภคิน พลกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ทหาร และพลเรือน ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อเน้นย้ำให้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่ตกค้างในที่ต่าง ๆ ให้เร็วที่สุด โดยใช้เรือของกองเรือที่ 3 กรมประมง ตำรวจน้ำ เรือซีทรานส์ ควีน ของเอกชน โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายครองลงไปในเรือด้วย และยังมีเฮลิคอปเตอร์อีก 4 ลำ ช่วยลำเลียงผู้ป่วย
ผมยอมรับว่าเริ่มมีปัญหาของการลักเล็กขโมยน้อยบ้างแล้ว จึงได้จัดชุดลาดตระเวนชายฝั่งเข้าไปดูแล ขณะเดียวกันให้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนอพยพไปอยู่บนที่สูงให้ลงมาพื้นราบได้แล้ว นายโภคิน กล่าว
นอกจากนี้ นายโภคิน กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทางการประเทศต่าง ๆ ในยุโรปว่าจะมีการรวมกลุ่มส่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินภูเก็ตเพื่อรับคนของเขากลับประเทศ ซึ่งไทยพร้อมประสานออกพาสปอร์ตและการตรวจคนเข้าเมือง (CI) สำหรับคนที่พาสปอร์ตสูญหาย
ขณะที่นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยเช้าวันนี้ว่า กระทรวงสาธารณสุขสามารถส่งแพทย์และพยาบาลเข้าพื้นที่เขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้แล้ว หลังจากที่เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ธ.ค.) เข้าไปไม่ได้ เพราะถนนเต็มไปด้วยโคลนและการสื่อสารถูกตัดขาด อย่างไรก็ตาม วันนี้คงต้องเตรียมเรื่องการรับมือเกี่ยวกับศพ ต้องเร่งฉีดยา และนำไปเก็บไว้ก่อน เพราะเริ่มมีกลิ่นแล้ว โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลป่าตองมีศพอยู่มาก นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขพยายามที่จะนำข้อมูลต่าง ๆ ใส่ในเว็บไซต์ให้มากที่สุดเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบข่าวได้
รศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กอ.) เปิดเผยว่า ในส่วนของหน่วยงานมหาวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ระดมทีมแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทราบรมราชชนนี จำนวน 30 คน ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่และพังงา เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากกรณีคลื่นยักษ์ และได้เปิดโรงแรมในส่วนของมหาวิทยาลัยสงขลาฯ รับผู้ประสบเหตุเข้าพัก นอกจากนี้ได้ระดมนักศึกษาหลักสูตรนานาชาติในสถาบันอุดมศึกษาพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดไปช่วยเป็นล่ามให้กับนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บ สำหรับมหาวิทยาลัยแพทย์ในกรุงเทพฯ ซึ่งได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดีกำลังประชุมเพื่อระดมทีมแพทย์ที่จะส่งกำลังลงไปเสริมความช่วยเหลือ รวมทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วย โดย สกอ.จะประสานกองทัพเพื่อจัดส่งบุคลากรทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ลงไปเสริมอีก