(ต่อจากวันเสาร์ที่แล้ว)หลังจากที่ผมเขียนเรื่อง สุดยอดโอท็อป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไป 2-3 ตอน มีผู้แสดงความคิดเห็นเข้ามาในเวบไซต์ "คม ชัด ลึก" ความว่า
ขอโอกาสชี้แจงถึงคอลัมน์เครื่องดื่มภูมิปัญญาไทยสุดยอดโอท็อปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมในฐานะเป็นกรรมการคัดสรรทั้งในระดับจังหวัดและระดับกลุ่มจังหวัด ขอชี้แจงให้ท่านได้เข้าใจว่ากรรมการคัดสรรได้ทำหน้าที่ตามกรอบข้อกำหนดของคู่มือการพิจารณาให้คะแนนซึ่งในส่วนนี้จะไม่มีข้อการให้คะแนนที่กล่าวถึงเรื่องของการชิมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลยก็คือไม่มีคะแนนในส่วนของการชิมเลย ถ้าท่านต้องการคู่มือการให้คะแนนเล่มนั้นผมจะส่งไปให้แล้วท่านลองพิจารณาดูว่าเกณฑ์การให้คะแนนมันเป็นแบบนี้จะมาโทษคณะกรรมการคัดสรรคงจะไม่ถูกนัก ต้องตำหนิคนที่คิดเกณฑ์การคัดสรรทำไมถึงได้ออกแบบมาแบบนั้น ผมเคยเป็นกรรมการคัดสรรมาทุกครั้งเกณฑ์ไม่เคยเหมือนเดิมเลยเปลี่ยนแปลงตลอดและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ค่อยถูกต้องนักและมีผลทำให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจยากมากและปฏิบัติยาก ไม่เชื่อลองถามกรมพัฒนาชุมชนดูก็ได้ว่ามีโทรศัพท์สอบถามเกี่ยวการปฏิบัติในการคัดสรรมากขนาดไหน ผมจึงอยากเห็นสื่อเป็นตัวแทนให้ผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ในการกำหนดเกณฑ์ได้รู้ปัญหาการทำงานที่แท้จริง และท่านเองก็ควรจะรู้ข้อเท็จจริงเสียก่อนแล้วท่านค่อยพูด เพราะว่าท่านกำลังกล่าวถึงข้อมูลไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงและเกณฑ์อีกข้อหนึ่งก็คือการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจะได้คะแนนเต็มแล้ว 30 แต่เครื่องหมายมาตรฐานไม่ได้บอกว่าเครื่องดื่มจะมีรสชาติดี ก็เพราะว่ามันไม่มีคะแนนชิมตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นเครื่องดื่มหลายๆ ตัวจึงได้ผ่านจากระดับจังหวัด ผ่านระดับกลุ่มจังหวัดไปสู่ระดับประเทศ ผมก็อยากจะฝากท่านไว้ด้วยกรรมการคัดสรรที่มาทำงานส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือกันค่าตอบแทนการทำงานคัดสรร OTOP พวกผมไม่ได้แม้แต่บาทเดียว แล้วยังจะต้องมาถูกพวกคุณโจมตีอีก...คุณรับเงินใครมาหรือเปล่า..."
ลงชื่อว่า กรรมการ OTOP เครื่องดื่ม ส่งมาในคอลัมน์ จดหมายถึง บก.เมื่อ 12/12/2004 10:25 น.แม้จะเป็น "อีเมลสนเท่ห์" แต่ก็น่าเชื่อว่าเป็นกรรมการจริง เพราะรู้เรื่องกฎเกณฑ์และกระบวนการพอสมควร ที่สำคัญผมไม่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่ม เพราะคุณได้บอกกับทุกคนแล้วว่าสิ่งที่ผมเขียนไปนั้นเป็น "ความจริง" ที่ว่า กระบวนการหรือหลักเกณฑ์การคัดเลือกหละหลวมมาตั้งแต่ระดับต้นๆ
ส่วนที่คุณบอกว่าการคัดสรรเป็นการช่วยเหลือกัน ค่าตอบแทนการทำงานคัดสรร OTOP ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว คราวหน้าก็ปฏิเสธเขาไป ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่มีใครสามารถบังคับคุณได้
ตอนสุดท้ายถามว่า คุณรับเงินใครมาหรือเปล่า... ก็อยากจะถามว่าคนทำเหล้า ทำไวน์ ทำสาโท ทำอุ ทุกวันนี้มีเงินเหลือจะมาให้ใครหรือ ? แค่ใช้หนี้และเบี้ยบ้ายรายทางให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องก็หมดแล้ว
(อ่านต่อวันเสาร์หน้า)