การมีลูกยาก กลายเป็นปัญหายุ่งยากใจของพ่อแม่ยุคใหม่ ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะหนุ่มสาวยุคใหม่กว่าจะสละโสดได้ ก็เมื่อคิดว่าตัวเองพร้อม หลังจากแต่งงานก็คิดวางแผนเผื่อจะมีลูกไว้เชยชมกับเขาสักคนสองคน แต่ก็กลายเป็นเรื่องยากเรื่องเย็น เมื่อหวังพึ่งวิธีธรรมชาติไม่ได้ หลายคู่ต้องจูงมือกันไปปรึกษาหมอ ว่าควรจะทำอย่างดี จึงจะมีลูกไว้ได้เชยชมสมใจ
ข้อมูลจาก ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลพญาไท 3 เขียนไว้ว่า ภาวะมีบุตรยาก หมายถึง ภาวะคู่สมรสมีความสัมพันธ์ทางเพศอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่ได้คุมกำเนิด และยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ พบได้ 10-15% ของหญิงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการมีบุตรยากมีแต่จะเพิ่มขึ้น เพราะพฤติกรรมทางเพศของสังคมเปลี่ยนไป โอกาสติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการอักเสบในอุ้งเชิงกรานเพิ่มขึ้น การคุมกำเนิดนานขึ้น สตรีมีการศึกษาสูงขึ้น ทำงานมากขึ้น ทำให้แต่งงานช้าลง และมีอายุเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันพบว่าภาวะมีบุตรยาก มีสาเหตุมาจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเท่าๆ กัน หรือบางคู่ก็อาจจะมาจากทั้ง 2 ฝ่าย คู่ที่มีปัญหาเรื่องนี้ จึงควรตรวจหาสาเหตุทั้ง 2 คน เพื่อเป็นการเริ่มต้นของการรักษา
ฝ่ายชาย อาจจะมีสาเหตุมาจาก-การสร้างอสุจิลดลง การเคลื่อนไหว และรูปร่างตัวอสุจิผิดปกติ
- ท่ออสุจิตีบตัน
- ไม่สามารถหลั่งอสุจิได้
- ความผิดปกติของน้ำอสุจิ
ขณะที่ฝ่ายหญิง อาจจะมีสาเหตุมาจาก-ไม่มีการตกไข่
- ท่อนำไข่ตีบตัน
- พังผืดในอุ้งเชิงกรานอักเสบ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
- ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดของอวัยวะสืบพันธุ์
- ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ
- ภูมิต้านทานต่อตัวอสุจิ
เมื่อคู่สมรสมาพบหมอ หมอจะซักประวัติความผิดปกติ และตรวจร่างกายทั่วไปก่อน หลังจากนั้นก็ตรวจเลือด ของคุณผู้หญิงก็จะต้องตรวจภายใน ตรวจอัลตร้าซาวนด์ดูความผิดปกติของมดลูก รังไข่ นัดวันเอกซเรย์ ฉีดสีตรวจความผิดปกติของท่อนำไข่ในฝ่ายหญิง หรือฉีดส่องกล้องตรวจภายในอุ้งเชิงกราน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคที่ตรวจพบ
ส่วนของคุณผู้ชาย หมอจะนัดตรวจเชื้ออสุจิหลังงดร่วมเพศประมาณ 3-5 วัน เพื่อตรวจความผิดปกติของเชื้ออสุจิหลังจากตรวจพบความผิดปกติซึ่งเป็นสาเหตุของการมีบุตรยากแล้ว หมอก็จะบอกให้ทราบ พร้อมแนะนำวิธีการรักษา ส่วนจะยากง่ายแค่ไหนขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบว่ารุนแรงมากหรือเปล่า
การรักษามีอยู่หลายวิธีด้วยกัน
เช่น กินยากระตุ้นไข่และกำหนดวันให้มีเพศสัมพันธ์กันเองตามธรรมชาติ
วิธีฉีดเชื้อ หรือผสมเทียม เป็นวิธีการรักษาเชื้ออสุจิซึ่งผ่านการทำความสะอาดโดยการเตรียมเชื้อ ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง
การทำ GIFT (Gamete Intra Fallopian Transfer) เป็นการนำไข่ออกมาผสมกับเชื้ออสุจิและฉีดเข้าท่อนำไข่ โดยผ่านกล้องส่องช่องเชิงกราน
การทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization) เป็นการนำไข่ออกมาผสมกับอสุจิภายนอกร่างกาย เลี้ยงจนเป็นตัวอ่อนอายุ 2-5 วัน จึงนำตัวอ่อนที่แข็งแรงใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูก
การฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในไข่ (Intracytoplasmic Sperm Injection:ICSI) เป็นการช่วยปฏิสนธิโดยใช้เข็มดูดเชื้ออสุจิ 1 ตัว ฉีดเข้าไปในไข่ 1 ใบ ภายนอกร่างกาย แล้วเลี้ยงตัวอ่อนต่อไปเหมือนวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว
ถึงแม้เทคโนโลยีต่างๆ จะก้าวหน้า มีการพัฒนามาตลอด แต่อัตราการตั้งครรภ์สูงสุดต่อกาทำ 1 รอบ ยังคงอยู่ที่ 40% คู่สมรสที่มีบุตรยากบางคู่ อาจต้องทำมากกว่า 1 รอบ การรักษาภาวะผู้มีบุตรยากต้องใช้เวลา ความอดทน และกำลังใจมากพอสมควร กว่าจะประสบความสำเร็จ