แบบที่1 ทำการผ่าตัดในห้องผ่าตัดก็เพียงแต่ฉีดยาชาเฉพาะที่ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงหยุดงานนาน ยิ่งไปกว่านั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลัวการผ่าตัด กลัวจะทำให้นิ้วมือพิการ และไม่สามารถประกอบอาชีพได้ จึงยอมทนทุกข์ทรมานไม่ยอมผ่าตัด
แบบที่ 2 ทำการเจาะตรงบริเวณที่เส้นเอ็นนิ้วมือถูกพังผืดรัดอยู่ โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ แล้วใช้เครื่องมือสะกิดส่วนของพังผืดที่รัดออก ไม่ต้องทำในห้องผ่าตัด จะมีแผลเป็นรูเล็กๆ ในตำแหน่งที่เจาะ อาการล็อกก็จะหายไปทันที
ข้อดีของการรักษาแบบที่ 2 ก็คือ ผู้ป่วยหยุดงานสั้นลง เสียค่าใช้จ่ายน้อย ไม่ต้องตัดไหม สามารถทำการรักษาในสถานที่ต่างๆ นอกโรงพยาบาลได้ และทำการรักษาผู้ป่วยจำนวนมากๆ ได้ในระยะเวลาอันสั้น
หลังการรักษานิ้วล็อก แบบที่ 2
มือข้างที่รักษาจะมีผ้ายืดพันอยู่ ประมาณ 1 สัปดาห์ ในช่วงนี้มือข้างนั้นจะถูกน้ำไม่ได้เลย แต่ผู้ป่วยจะต้องบริหารนิ้วมือ โดยการงอและเหยียดให้เต็มที่ตลอดเวลา
หลังการรักษา 1 สัปดาห์ แพทย์จะแกะผ้ายืดที่รัดมือออก แผลตรงที่เจาะจะหายดี เรียบร้อยแล้ว และถูกน้ำได้
การป้องกันนิ้วล็อก
แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยบริหารนิ้วมือต่อดังนี้
1.ใช้นิ้วมือด้านตรงข้าม ดัดนิ้วมือที่รับการรักษาให้งอได้เต็มที่
2.ใช้นิ้วชี้ และนิ้วหัวแม่มือด้านตรงข้าม ดัดนิ้วมือที่รับการรักษาให้เหยียดได้เต็มที่
3.ใช้นิ้วหัวแม่มือ ด้านตรงข้าม นวดและคลึงแผลที่เจาะซึ่งจะเป็นไตแข็งและเจ็บนั้น จนอาการเจ็บปวดหายไป
ถ้าได้บริหารตามที่แนะนำทั้ง 3 ข้อ ดังกล่าว นิ้วมือนั้นๆ จะหายเป็นปกติในระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์