|
WWW.KOMCHADLUEK.NET ส่งฟ้องศาลจันทร์นี้ยึดทรัพย์ทักษิณซัดตร.ใส่เกียร์ว่าง ![]() อสส.ยื่นฟ้องศาลฎีกาจันทร์นี้ อายัดทรัพย์ทักษิณ 7.6 หมื่นล้าน อัยการโบ้ย ผบ.ตร.ไม่ชงเรื่องขอตัว "แม้ว-อ้อ" เป็นผู้ร้ายข้ามแดน สตช.ปัดใส่เกียร์ว่าง ปชป.แฉ "แม้ว" สั่งระดมมวลชนจุดชนวนกดดันศาล "อภิรักษ์" ตัดสินใจลาออกก่อนครบวาระ "สมัคร" รับใส่เกล้าฯ พระราชดำรัสในหลวง ใช้งบอย่างระมัดระวัง ภายหลังจากสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ทีมกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย กำลังดำเนินการขอลี้ภัยทางการเมืองในอังกฤษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร หลังจากทั้งคู่เผชิญข้อกล่าวหาในประเทศไทยในคดีทุจริตคอรัปชั่น จนต้องหลบหนีไปพำนักในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นั้น นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีการขอส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ภริยา กลับมาดำเนินคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกว่า คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อจำเลยหลบหนีศาลจึงออกหมายจับและปรับนายประกัน ดังนั้น กรณีนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ต้องนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ในฐานะจำเลยส่งศาล และเมื่อ ผบ.ตร.ประสานเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานกลาง สำนักงานอัยการสูงสุดก็จะมีอำนาจดำเนินการต่อไป โดยเริ่มจากการมีคำสั่งให้พนักงานอัยการจัดทำคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนส่งไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อผ่านวิธีทางการทูตไปยังประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้ประสานเรื่องมายังสำนักงานอัยการสูงสุด ยื่นอายัดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านจันทร์นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานข่าวว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ได้เรียกประชุมคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดีของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่มีนายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด เป็นประธาน เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับคำฟ้องคดีอายัดเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมดังกล่าวอัยการสูงสุดได้เห็นชอบต่อการให้ยื่นฟ้องคดีอายัดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทแล้ว แต่ได้พิจารณาให้ปรับถ้อยคำในคำฟ้องบางส่วน คาดว่าอัยการจะนำคำฟ้องยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ภายในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ ตร.ปัดใส่เกียร์ว่างขอตัว"แม้ว-อ้อ" พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก. ในฐานะรองโฆษก ตร.กล่าวถึงความคืบหน้าในการทำเรื่องส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เป็นผู้ร้ายข้ามแดนว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับหมายจับจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้ติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งมีการออกประกาศสืบจับแล้ว กองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) ก็ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ให้ติดตามตัว และให้หน่วยงานต่างๆ รายงานผลการติดตามตัวมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรพลกล่าวต่อว่า ข่าวจากสื่อมวลชนปรากฏว่าทั้ง 2 คนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งก็เป็นเพียงข่าวไม่สามารถใช้ได้ จะต้องมีการรายงานเป็นเอกสารทางราชการ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการรวบรวมหลักฐานการเดินทางออกนอกประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณและภริยา จาก สตม. และไม่มีรายงานการเดินทางเข้ามาในประเทศอีก เพื่อทำเป็นหนังสือราชการแจ้งผลการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณและภริยาให้ศาลทราบตามที่ศาลให้ ตร.ติดตามตัว พล.ต.ต.สุรพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทาง ตร.ในฐานะผู้ติดตามตัวผู้ต้องหาต้องพูดคุยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคดี ประกอบด้วย ป.ป.ช.ในฐานะผู้ที่รับทำคดีต่อจาก คตส.และอัยการผู้สั่งฟ้องคดีนี้ เพื่อประสานสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ประสานงานกลางเพื่อทำเรื่องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนตาม พ.ร.บ.ผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 คาดว่าจะใช้ระยะเวลาการดำเนินการไม่นาน ยืนยันว่าเรื่องนี้ตำรวจไม่ได้ถ่วงเวลาให้ช้า มีขั้นตอนการดำเนินการอยู่ ปชป.แฉแม้วระดมมวลชนกดดันศาล นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ติดตามความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด และทราบว่าขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังมีความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ด้วยการขัดขวางการส่งสำนวนคดีต่างๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าสู่การพิพากษาของศาล โฆษกพรรคประชาธิปัตย์บอกอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข่าววงในว่ามีความพยายามจะระดมมวลชน เพื่อให้เกิดการปะทะและให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง เพื่อกดดันกระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีสำคัญ โดยมีการต่อสายตรงถึงคนเดินโพยหวยออนไลน์ อดีตกลุ่มแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) จึงเป็นห่วงว่าจะมีการเอาความสงบเรียบร้อยของประเทศมาแก้ปัญหาให้แก่บุคคลเพียงคนเดียว ทั้งหมดเป็นกระบวนการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ดินย่านรัชดาฯ และคดียุบพรรค ไล่ตั้งแต่หนีคดี ทำลายความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ดังนั้น นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะต้องยืนยันถึงความปลอดภัยของอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทีมทนายและทีมประชาสัมพันธ์ของอดีตนายกรัฐมนตรีพยายามนำเรื่องความปลอดภัยมาเชื่อมโยงกับการลี้ภัย โดยยกคดีคาร์บอมบ์ หรือคาร์บ๊อง และคดีเครื่องบินการบินไทยระเบิด เพื่อให้เห็นว่าเป็นการประทุษร้ายต่อผู้นำประเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่า คดีคาร์บอมบ์ได้ดำเนินการไปถึงไหน โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ในการประชุม ครม.เงาของพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า ขณะนี้มีเพียงหนังสือยืนยันถึงความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยจากกระทรวงการต่างประเทศเพียงหน่วยงานเดียว ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงมีการรวบรวมข้อมูลและจะชี้แจงต่อสื่อต่างประเทศเพื่ออธิบายและทำความเข้าใจต่อไป โดยภายใน 1-2 วันนี้จะประสานไปยังผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เพื่อส่งคำยืนยันของพรรค และจะมีการหารือภายในพรรคต่อไป ในกรณีที่จะทำหนังสือไปถึงสถานทูตอังกฤษ กรณี พ.ต.ท.ทักษิณขอลี้ภัย โดยอ้างเรื่องความไม่ปลอดภัยและกระบวนการยุติธรรมในประเทศ ทูตอังกฤษปัดตอบเรื่องทักษิณลี้ภัย นายควินตัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานขอลี้ภัยทางการเมืองที่อังกฤษ รวมถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มาชุมนุมหน้าสถานทูตอังกฤษ เพื่อขอให้รัฐบาลอังกฤษส่งตัวอดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย "เตช"โยน"หมัก"ถอนพาสปอร์ตแม้ว นายเตช บุนนาค รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการถอนหนังสือเดินทางพิเศษการทูต (พาสปอร์ตแดง) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีหนังสือตอบกลับตามที่กระทรวงได้ทำหนังสือยื่นไปถึงศาล โดยศาลแจ้งลำดับเหตุการณ์จนกระทั่งออกหมายจับ โดยหนังสือดังกล่าวมาถึงวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา และวันนี้กระทรวงก็มีหนังสือไปยังนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีว่า จะมีบัญชาเกี่ยวกับพาสปอร์ตอย่างไร ส่วนจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานจะทราบผลเมื่อไรนั้นสุดแล้วแต่นายกรัฐมนตรี เพราะหนังสือออกไปจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ถามว่าโดยระเบียบแล้วสามารถถอนพาสปอร์ตได้หรือไม่ นายเตชกล่าวว่า ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มีคำสั่งยกเลิกพาสปอร์ตสีแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ดังนั้นคราวนี้ก็เช่นกัน การยกเลิกหนังสือเดินทางของอดีตนายกฯ ขึ้นอยู่กับข้อพิจารณาและวินิจฉัยของนายกรัฐมนตรี ส่วนจะพิจารณาถอนพาสปอร์ตทางการทูตเท่านั้นใช่หรือไม่ นายเตชกล่าวว่า มีทั้งประเด็นพาสปอร์ตการทูตและพาสปอร์ตธรรมดา ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงจะสามารถยื่นคัดค้านการขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายเตชกล่าวว่า "ไม่อยู่ในวิสัยของกระทรวง ที่จะคัดค้าน ถ้าหากว่าอดีตนายกฯ ทักษิณจะขอลี้ภัย เพราะไม่ได้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ แต่เป็นสิทธิส่วนบุคคล" พปช.ฟ้องอังกฤษอ้างนายใหญ่ถูกรังแก นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน นางอนุสรา ยังตรง ส.ส.สมุทรปราการ น.ส.นฤมล ธารดำรงค์ ส.ส.สมุทรปราการ และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.และนายเรืองเดช เหลืองบริบูรณ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่จะไปยื่นหนังสือปิดผนึกต่อเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ประจำประเทศไทย เพื่อชี้แจงว่าข้อกฎหมายที่ดำเนินการ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เป็นธรรม สาเหตุที่ต้องยื่นเป็นจดหมายปิดผนึก เพราะเกรงว่าหากเปิดเผยสื่อต่างๆ อาจนำไปเสนอโดยไม่ครอบคลุมและเกิดการบิดเบือน ตีความผิดเพี้ยน นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า ต้องการชี้ให้ประเทศอังกฤษซึ่งเป็นแม่แบบของประชาธิปไตยได้เห็นว่ามีความไม่เป็นธรรมในการดำเนินคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะในส่วนของ คตส. ป.ป.ช. และอัยการ มีความชัดเจนว่าจงใจจะเอากันให้ถึงที่สุด ต้องการเล่นงาน พ.ต.ท.ทักษิณโดยตรง อย่างไม่มีเมตตาธรรม เชื่อว่าประเทศอังกฤษจะนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาและเข้าใจถึงความไม่เป็นธรรมต่อ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างแน่นอน นายสุรพงษ์กล่าวด้วยว่า หลังเสร็จสิ้นการพิจารณางบประมาณกลางเดือนกันยายน พวกตนจะไปเยี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณ โดยจะนำไส้อั่ว ลาบคั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่มไปฝาก พันธมิตรจี้ กต.ถอนพาสปอร์ตแม้ว-อ้อ เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มผู้ชุมนุมจากหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เคลื่อนเข้ามาที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงการต่างประเทศ โดยปิดถนนศรีอยุธยาตั้งแต่แยกศรีอยุธยาไปจนถึงแยกเสาวนีย์ ทั้งขาเข้าและขาออก ปักหลักปราศรัยเรียกร้องให้นายเตช บุนนาค รมว.การต่างประเทศ คัดค้านขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเพิกถอนหนังสือเดินทางทุกเล่มของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย โดยได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องถึง รมว.การต่างประเทศ ผ่าน น.ส.สุภาณี เลิศฤทธิ์ ผอ.กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจะสลายตัวกลับไปยังสะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อเวลา 11.45 น. พปช.พร้อมเลือก"สมัคร"นั่งนายกฯต่อ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคพลังประชาชน และหัวหน้ากลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญอาจตัดสินกรณีจัดรายการ "ชิมไปบ่นไป" ของนายสมัคร มีความผิดทำให้ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีต่อไปว่า หากท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายสมัครต้องพ้นสภาพความเป็นนายกฯ ก็ต้องมีการสรรหานายกฯ คนใหม่ในที่ประชุมสภา ซึ่งจะเป็นใครคงต้องเป็นไปตามมติพรรค หากมติพรรคให้นายสมัครกลับเข้ามาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ก็พร้อมโหวตเลือกนายสมัครเป็นนายกฯ อีกครั้ง นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายสมัครขาดคุณสมบัติ และต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ก็ยืนยันว่า ตนและ ส.ส.ในกลุ่มก็จะโหวตเลือกนายสมัครกลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ไม่มีปัญหาอะไร เพราะนายสมัครทำงานดี สามารถประสานกับทุกฝ่ายได้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนว่า หลังจากสมาชิกพรรคพลังประชาชนฟังการชี้แจงของนายสมัครก็มีความสามัคคีกันมากขึ้น หากนายสมัครต้องพ้นจากตำแหน่งไป ก็เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร สมาชิกพรรคทุกคนก็จะโหวตให้นายสมัครกลับเข้าทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม ด้านนายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า หากนายสมัครถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าขาดคุณสมบัติ ก็ไม่มีผลต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี ดังนั้นสามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ได้ เหมือนกรณีนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข แต่กรณีของนายสมัครเพียงแต่ต้องมารบกวนสภาผู้แทนฯ ให้ลงมติเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งส่วนตัวก็พร้อมสนับสนุน เพราะสถานการณ์การเมืองขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่า ซุ่มทำพิมพ์เขียวนโยบายพรรคเพื่อไทย รายงานข่าวจากพรรคพลังประชาชนแจ้งว่า ความคืบหน้าของพรรคเพื่อไทย เบื้องต้นขณะนี้มีอดีต ส.ส.และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชนส่วนหนึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ขณะที่ในส่วนของ ส.ส.พรรคพลังประชาชนจะอยู่กับพรรคต่อไปจนกว่าจะถูกตัดสินให้ยุบพรรค เนื่องจากก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่จดทะเบียนจัดตั้งเป็นพรรคถูกต้องตามกฎหมายมานานแล้ว มีการจัดตั้งสาขาของพรรค เตรียมรับสมาชิกพรรคอย่างน้อย 5,000 คน เพื่อให้ครบตามกฎหมายกำหนด พร้อมจัดทำการยกร่างนโยบายพรรคเพื่อไทย เพื่อรองรับหากมีการยุบพรรคพลังประชาชน มีรายงานข่าวว่า โครงสร้างสำคัญของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนโยบายของพรรคที่จะใช้ในการหาเสียงนั้น ปรากฏว่ามีทีมงานจากคณะทำงานด้านนโยบายของพรรคพลังประชาชน ประกอบด้วยแกนนำพรรคในปัจจุบัน อาทิ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชนและอดีต รมว.การต่างประเทศ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รมว.อุตสาหกรรม พร้อมนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ รวมทั้งอดีตแกนนำที่เป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายอดิศร เพียงเกษ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม เป็นต้น เบื้องต้นได้วางยุทธศาสตร์ในการหาเสียง คือ จะนำนโยบายของพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน มาบูรณาการและต่อยอดให้เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย โดยภาพรวมจะเน้นในการชูนโยบายมุ่งทำให้ประชาชนระดับรากหญ้า มีความแข็งแกร่ง รวมถึงด้านการศึกษาให้เข้มข้น นอกจากนี้ได้จัดเตรียมวางตัวบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และตำแหน่งสำคัญในพรรคไว้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในการตั้งพรรคการเมืองคือพรรคเพื่อไทยดังกล่าว จะอยู่ภายใต้การดูแลจากแกนนำในสายชินวัตร คือ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.ท.ทักษิณโดยตรงให้เข้าดูแลการจัดการด้านการเมืองและยุทธศาสตร์ภายในพรรคทั้งหมด พปช.ดันแก้รธน.ล้างองค์กรอิสระ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.พรรคพลังประชาชน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการพิจารณาว่า ขณะนี้กรรมาธิการได้เลื่อนเวลาในการพิจารณาออกไปอีก 30 วัน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 17 กันยายน หลังจากนั้นจะนำผลการศึกษาไปให้แต่ละพรรคนำไปเป็นข้อมูล เพื่อยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ซึ่งประเด็นสำคัญที่กรรมาธิการเห็นตรงกันว่าเป็นปัญหาในทางปฏิบัติคือมาตรา 237 เรื่องการยุบพรรค ซึ่งเห็นชัดเจนว่าไม่เป็นธรรม กรรมการทำผิดคนเดียวแต่ต้องถูกยุบทั้งพรรค ขัดต่อหลักนิติรัฐและนิติธรรม นอกจากนี้มาตรา 309 ก็เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่จะต้องแก้ไขหรือตัดทิ้ง เนื่องจากเป็นมาตราที่รองรับการใช้อำนาจเผด็จการ ตั้งคนที่เป็นศัตรูมาตรวจสอบอดีตนายกฯ ซึ่งหากรื้อมาตรานี้ได้ จะทำให้กระบวนการของ คตส.ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมายทันที พ.ต.ท.ทักษิณสามารถใช้เป็นเหตุผลที่จะยกขึ้นต่อสู้ในชั้นศาลได้ นายพีรพันธุ์กล่าวว่า ที่กรรมาธิการเห็นว่าเป็นปัญหาคืออำนาจของฝ่ายตุลาการที่มีมากเกินไป เข้าไปเป็นกรรมการสรรหาองค์กรต่างๆ ทำให้โครงสร้าง 3 อำนาจอธิปไตยไม่สมดุล นอกจากนี้ บทเฉพาะกาลที่ให้องค์กรอิสระ อย่าง ป.ป.ช.และ กกต.อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ ก็เป็นเรื่องแปลกที่กลไกทุกอย่างในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เริ่มต้นใหม่ แต่องค์กรอิสระกลับยังอยู่ได้อีก 6 ปีและ 9 ปี ดังนั้น ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้องค์กรเหล่านี้หมดวาระ โดยเมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น ป.ป.ช.และ กกต.จะต้องสรรหาใหม่ทันทีภายใน 120 วัน เข้าใจว่าต้องอยู่เพื่อจัดการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ต้องเคารพหลักการ ถ้าอยากจัดการต้องปล่อยให้คนอื่นมาจัดการส่วนตัวเองต้องหมดวาระไปจึงจะถูกต้อง "อภิรักษ์"ลาออกเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. เมื่อเวลา 13.30 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. มีการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่คณะผู้บริหารชุดปัจจุบันจะหมดวาระลง โดยในช่วงท้ายข้าราชการได้มอบกระเช้าเพื่อเป็นการอำลา บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น นายอภิรักษ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ในส่วนของความชัดเจนว่าจะลาออกหรือรักษาการ จะมีการประกาศในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคมนี้ เวลา 11.00 น. ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานปกครองและทะเบียนทำการตรวจสอบเรื่องข้อกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้มีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องการดำรงตำแหน่ง โดยตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม.ระบุว่า หากทำงานอยู่จนครบวาระจะต้องรักษาการจนกระทั่งมีผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่เข้ามา ขณะที่ความเห็นของ กกต.บางคนเคยบอกว่า หากจะสมัครรับเลือกตั้งก็จำเป็นต้องลาออก ไม่ควรอยู่ในตำแหน่ง แต่เรื่องนี้ตามหลักการแล้วก็เป็นสิทธิที่แต่ละคนสามารถพิจารณาลาออกก่อนหมดวาระได้ นายอภิรักษ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีความตั้งใจอยากทำงานให้ครบ 4 ปี สมกับที่ประชาชนได้ไว้วางใจ ถึงแม้บางช่วงอาจมีอุปสรรคต้องยุติบทบาทไปช่วงหนึ่ง เพียงแต่ที่กำหนดไว้แถลงในวันที่ 22 สิงหาคม ก็จะถือโอกาสขอบคุณประชาชนและขออนุญาตที่ไม่มีโอกาสทำงานจนถึงวันสุดท้าย แม้วาระดำรงตำแหน่งจะครบในสัปดาห์หน้าก็ตาม "สมัคร"รับใส่เกล้าฯระวังการใช้จ่ายงบ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่คณะของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยให้ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเงินว่า เมื่อฟังแล้วต้องน้อมใส่เกล้าฯ กันทุกคน ต้องรู้กันอยู่แล้ว เมื่อถามว่า รัฐบาลมีโครงการสำคัญใช้งบประมาณจำนวนมากจะทำอย่างไร นายสมัครกล่าวว่า ทุกคนต้องระมัดระวังอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลนี้ |