|
WWW.KOMCHADLUEK.NET พธม.เลื่อนเคลื่อนพลไปโยธินฯ แจงเหตุพรุ่งนี้ร.ร.ปิดไม่ตรงเป้า ![]() คำสั่งเด็ดขาดห้ามขวางรัฐสภาใหม่ ทหารสั่งปิดปาก ขรก. ห้ามให้สัมภาษณ์สื่อ ปิดประตูค่ายห้ามนักข่าวจุ้น ขีดเส้น 2 เดือนต้องย้ายบ้านออกจากพื้นที่ เตรียมวางศิลาฤกษ์ ด้านโยธินบูรณะประกาศหยุดเรียน 22 ส.ค. หนีพันธมิตรที่จะมาให้กำลังใจ ล่าสุดพธม.เลื่อนให้กำลังใจโยธินฯวันจันทร์ ปัญหาการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เริ่มบานปลาย เมื่อหน่วยงานรัฐไม่ยอมรับฟังเสียงคัดค้านจากนักเรียนและประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม แหล่งข่าวระดับอาจารย์จากโรงเรียนขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา พ.อ.ธีรพล หมั่นยิ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน ขส.ทบ. ออกประกาศแจ้งผู้ปกครองนักเรียนว่า ในวันที่ 22-23 สิงหาคม จะขอหยุดการเรียนการสอน เนื่องจากทราบว่าในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเดินทางมาบริเวณแยกเกียกกาย จึงเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัย ดังนั้นโรงเรียนจึงของดการเรียนการสอนเป็นเวลา 2 วัน และจะเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 25 สิงหาคม แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ขณะนี้ พล.ต.ณรงค์ พูลสวัสดิ์ เจ้ากรมขนส่งทหารบก ออกคำสั่งไม่ให้ข้าราชการ ขส.ทบ.และนักเรียนในโรงเรียนให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน และมีคำสั่งให้หน่วยรักษาความปลอดภัยห้ามเปิดประตูให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวภายใน ขส.ทบ. พร้อมกำชับไปยังกำลังพลว่าหากภรรยาของกำลังพลคนใดยังออกมาให้ข่าวแก่สื่อมวลชนอีก จะไม่รับประกันความปลอดภัย ทั้งนี้เมื่อเย็นวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.ต.ณรงค์ยังได้นัดประชุมกับแม่บ้าน ขส.ทบ.เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการรื้อถอนบ้านพักของกำลังพล ขส.ทบ.จำนวน 40 ครอบครัว ที่มีบ้านพักใกล้กับบริเวณวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างรัฐสภาออกภายใน 2 เดือน โดยจะให้ครอบครัวกำลังพลทั้ง 40 ครอบครัวดังกล่าวย้ายไปอยู่ที่บ้านน็อกดาวน์บริเวณสะพานแดง จากนั้นจึงจะสร้างที่พักถาวรให้ พวกคุณจะต้องเก็บข้าวของย้ายออกจากบ้านพักภายใน 2 เดือน เพราะเราจะใช้พื้นที่บริเวณนี้วางศิลาฤกษ์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม และผมขอเตือนพวกคุณด้วยว่า อย่าออกมาเคลื่อนไหวอะไร ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่าหาว่าผมไม่เตือน แหล่งข่าวอ้างคำพูดของ พล.ต.ณรงค์ ขณะที่โรงเรียนโยธินบูรณะประกาศหยุดเรียนในวันที่ 22 สิงหาคม เนื่องจากม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเดินทางไปให้กำลังใจนักเรียนโยธินบูรณะที่โรงเรียนในเวลา 10.00 น. นายมานพ นพศิริกุล ผอ.โรงเรียนโยธินบูรณะประกาศว่า โรงเรียนได้ทำหนังสือแจ้งผู้ปกครองนักเรียนทุกคนว่าโรงเรียนได้ประชุมหารือกับตำรวจจาก สน.เตาปูน เกี่ยวกับปัญหาการเดินทางของนักเรียน ผู้ปกครองและครูในวันดังกล่าวแล้ว คาดว่าถ้ามีผู้มาร่วมจำนวนมากจะเป็นสาเหตุให้การจราจรติดขัดจนต้องปิดการจราจรที่แยกบางโพ แยกสะพานแดง แยกบางกระบือ จึงมีความเห็นว่าเพื่อความสะดวกของนักเรียนและแก้ปัญหาการเดินทาง โรงเรียนจึงหยุดเรียนในวันที่ 22 สิงหาคม เป็นเวลา 1 วัน และจะสอนเสริมในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคมแทน โดย ร.ร.ขนส่งทหารบก ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้กันก็สั่งหยุดเรียนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แกนนำนักเรียนที่คัดค้านการย้ายโรงเรียน กล่าวว่า จะมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งประมาณ 20 คน มาโรงเรียนในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เพื่อแสดงความขอบคุณต่อกลุ่มพันธมิตรที่มาให้กำลังใจ โดยได้ขออนุญาตครูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.45 น. กลุ่มนักเรียน ร.ร.โยธินฯ พร้อมศิษย์เก่าประมาณ 30 คน เดินทางมาที่กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมชูป้ายผ้า ผู้ใหญ่ใจร้าย ทำร้าย นร.ได้ลงคอ โดยนักเรียนต้องการเข้าพบผู้ใหญ่ในกระทรวงเพื่อยื่นแถลงการณ์และแสดงจุดยืนของลูกโยธิน ซึ่งนายพงศกร อรรณนพพร รมช.ศึกษาธิการ ได้มารับแถลงการณ์ และเชิญนักเรียนทั้งหมดไปพูดคุยที่ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ตัวแทนนักเรียนให้สัมภาษณ์ว่า การเดินทางมากระทรวงศึกษาธิการครั้งนี้ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการย้ายโรงเรียนเพื่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ และแสดงจุดยืนว่านักเรียนไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใดทั้งสิ้น การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง นอกจากนั้น ยังได้นำแถลงการณ์ลูกโยธิน ฉบับที่ 1 จำนวน 8 ข้อ มอบให้ผู้ใหญ่ในกระทรวง แถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความสรุปว่า จากผลสรุปโครงการสำรวจเตรียมการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ พบว่างบประมาณในการก่อสร้างรัฐสภาใหม่สูงถึง 10,028 ล้านบาท เห็นว่าการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในภาวะเศรษฐกิจบ้านเมืองตกต่ำเช่นนี้เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง และเหตุผลหนึ่งของการสร้างรัฐสภาใหม่คือ การลดปัญหาการจราจรบริเวณที่ตั้งรัฐสภาเดิม แต่ถนนบริเวณแยกเกียกกายนั้นคับแคบและมีปัญหาการจราจรอยู่แล้ว จึงเป็นสถานที่ไม่เหมาะสม และไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาด้านจราจรได้ ประการสำคัญคือ การที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายเรื่องการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบ และไม่มีการชี้แจ้งข้อมูลของโครงการและการดำเนินการต่อผู้ได้รับผลกระทบและสาธารณชนอย่างละเอียดนั้น ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมและขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการที่รัฐบาลแจ้งว่าจะย้าย ร.ร.โยธินบูรณะ ไปยังบริเวณวัดสร้อยทอง ได้ที่ดินกว้างขึ้นเป็น 16 ไร่ พร้อมได้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท และพร้อมจะทำตามข้อเรียกร้องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนใหม่ โดยรัฐบาลถือว่าเป็นการแก้ปัญหาเรื่องการข้ามขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ตามกฎหมายนั้น กลุ่มลูกโยธินเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด การข้ามขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์นั้น สามารถแก้ได้โดยการหยุดการดำเนินการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการย้าย ร.ร.โยธินบูรณะ และให้มีการประชาพิจารณ์โดยสาธารณชน ซึ่งรวมถึงผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงด้วย สุดท้ายจึงพิจารณาผลของการทำประชาพิจารณ์เพื่อสรุปแนวทางการดำเนินการต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการพูดคุยระหว่างนายพงศกรกับนักเรียนโยธินฯ นักเรียนหญิงรายหนึ่งกล่าวว่า ประเด็นของพวกตนที่มาในวันนี้ ไม่ได้ต้องการจะบอกว่าการที่จะนำที่โรงเรียนไปสร้างรัฐสภาใหม่จะทำให้พวกเราเดินทางมาโรงเรียนลำบากขึ้น แต่ที่มาในวันนี้ เพื่อที่จะบอกว่า ร.ร.โยธินบูรณะเป็นสถาบันของพวกนักเรียนหากใครจะมาเอาโรงเรียนของเราไป พวกเราก็มีสิทธิที่จะรู้ล่วงหน้ามากกว่า 1 เดือน ถ้ารัฐบาลจะเอาโรงเรียนของหนูไปสร้างรัฐสภาแล้วบอกเพียงว่าจะเอาก็ต้องได้หรือ ไม่ต้องมีการชี้แจงหรือ พวกเราแค่อยากให้รัฐบาลชี้แจงทุกอย่างเพื่อให้เกิดความโปร่งใส พวกหนูเคยถามไปยัง ผู้อำนวยการโรงเรียนว่าทำไมต้องเป็น ยบ. ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน และที่สำคัญพวกเราทุกคนไม่อยากให้ใครนำเจตนารมณ์ไปผูกกับเรื่องการเมือง ตัวแทนนักเรียนอีกรายชั้น ม.5 กล่าวว่า ได้ทราบเรื่องนี้มาค่อนข้างนาน เพราะมีญาติเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องงานวิจัยของจุฬาลงกรณ์ที่สำรวจพื้นที่ในการสร้างรัฐสภาใหม่ ประกอบกับตนเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือ จึงมีความคิดเห็นว่า นักวิจัยของจุฬาฯ แค่สำรวจความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่ได้วิจัยเจาะลึกถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น และความจริงแล้วการดำเนินการที่เกี่ยวกับโครงการเมกะโปรเจกต์ใดจะต้องมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นในพื้นที่ก่อน แต่ที่ผ่านนักเรียนไม่เคยได้รับรู้ หรือสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้จากรัฐบาล ด้านนายพงศกรกล่าวว่า ได้สั่งให้นายสุรเทพ ตั๊นประเสริฐ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้รับฟังความเดือดร้อนจากนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง และเรื่องอื่นๆ โดยรวบรวมเพื่อสรุปถึงปัญหาและหาทางแก้ไขร่วมกันต่อไป ส่วนการแสดงออกเพื่อคัดค้านเรื่องดังกล่าวของนักเรียนนั้น กระทรวงคงไม่จำกัดสิทธิและจะดูแนวคิดของเด็กว่าต้องการอะไร แต่สำคัญว่าความผูกพันมันเป็นเรื่องของสถานที่หรือว่าจิตใจ ตรงนี้คงต้องอธิบายและแยกแยะให้ออก อย่างไรก็ตาม จะนำข้อเสนอที่ได้จากการพูดคุยกับนักเรียนไปหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป รมช.ศึกษาธิการกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรจะเดินทางไปให้กำลังใจนักเรียนโยธินนั้น ไม่ทราบว่าพันธมิตรจะไปให้กำลังใจเพื่ออะไร เพราะมองว่าหากตั้งโรงเรียนใหม่ให้เสร็จ 2-3 ปี กลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจะลดน้อยลง และรัฐบาลจะสร้างโรงเรียนใหม่ให้ได้มาตรฐานมากขึ้น ขออย่าดึงการศึกษาไปยุ่งกับการเมือง อย่าดึงผ้าขาวมาแปดเปื้อน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมือง ในฐานะรัฐมนตรีขอบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่อยากให้ดึงเรื่องนี้เข้าไปเกี่ยวข้อง ยอมรับว่าแม้จะเป็นคนการเมือง แต่ก็ไม่อยากให้ดึงเรื่องนี้เข้าไปเกี่ยวข้อง กระทรวงศึกษาธิการมีระเบียบของกระทรวง ไม่อยากให้ใครดึงกระทรวงศึกษาธิการมาเกี่ยวกับการเมือง หากเป็นห่วงเด็กจริง ก็ขอให้ทำอะไรที่อยู่ในระเบียบ อย่างไปให้กำลังใจ ก็ขอให้ไปในช่วงที่ไม่เกิดผลกระทบต่อการเรียน นายพงศกรกล่าว ด้านนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า คิดว่าพื้นที่บริเวณแยกเกียกกายเหมาะสมแล้ว แต่การจะใช้งบประมาณถึง 4,000 ล้านบาท ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม และควรคิดด้วยว่าสมควรจะสร้างในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้หรือไม่ โดยเฉพาะสื่อมีส่วนช่วยในการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 11.00 น. ก่อนเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอหารือปัญหาการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ว่า ได้ลงไปสอบถามปัญหาในพื้นที่ หลังมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ตกลงใช้พื้นที่ของ 8 หน่วยงาน พบว่าประชาชนที่ต้องถูกไล่ที่ ย้ายบ้าน และที่ทำงาน ตื่นตกใจไม่รู้ข่าวสารว่าทำไมต้องย้ายรัฐสภา และทำไมต้องมาสร้างที่เกียกกาย และก่อนการก่อสร้างหรือการขอใช้พื้นที่ที่มีผลกระทบต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อมต้องทำผลสำรวจด้วย อีกทั้งชาวบ้านที่ทำงานโรงงานทอผ้าสับสน เพราะตอนนี้มีการเริ่มสร้างบ้านมั่นคงให้อยู่อาศัยแล้ว แต่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กลับพูดว่าจะสร้างแฟลตให้อยู่แทน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม กล่าวว่า จะหารือกับประธานรัฐสภาในสัปดาห์หน้า อาจเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อชี้แจงให้ ส.ส.และ ส.ว.ทราบในเรื่องนี้ ส่วนปัญหาโรงงานทอผ้า ชาวบ้านต้องการได้บ้านมั่นคงเหมือนเดิม แต่ติดปัญหาพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงต้องสร้างเป็นแฟลตให้อยู่แทน ซึ่งมีห้องรับแขกและห้องน้ำอยู่ภายใน เรื่องนี้นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ดูแลรับผิดชอบอยู่ จะชี้แจงให้ทราบต่อไป ส่วนเอ็มโอยูตนจะหารือประธานเพื่อแจกให้สื่อมวลชนทราบ ด้านนายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจรวบรัดเดินหน้าก่อสร้างที่ทำการรัฐสภาแห่งใหม่บนที่ดินราชพัสดุทหารย่านเกียกกาย ท่ามกลางภาวะกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ซึ่ง ส.ว.ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วย และทราบว่า ส.ส.ส่วนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วยกับการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกาย เพราะกระทบวิถีชีวิตของผู้คนบริเวณนั้น และหากยังไม่มีการทบทวนเรื่องนี้ ส.ว.ในฐานะคนกลางจำเป็นต้องเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาทำความเข้าใจ และอาจต้องมีการเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านจาก ส.ว. นายกฯ และประธานสภา ทำไมต้องกระเหี้ยนกระหือรือที่จะสร้างให้ได้ ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชน นายกฯ พูดว่าจะสร้างความสมานฉันท์ แต่อีกด้านก็สร้างความแตกแยกเสียเอง ประชาชนเดือดร้อนเพียง 1 คน ก็มีค่ามากสำหรับคนที่เป็นผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ผมไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไร จะมาอ้างว่าที่คับแคบ จอดรถไม่พอ ผมก็ทราบจากนายตวง อันทะไชย รองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 วุฒิสภา ว่า ตอนนี้องค์การสวนสัตว์ ก็ของบเป็นสิบๆ ล้านเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในคือจะสร้างที่จอดรถ 800 คันแล้ว กรรมาธิการฝ่ายสภาผู้แทนฯ และฝ่ายวุฒิสภา ก็เห็นชอบไปแล้ว ที่ตั้งรัฐสภาปัจจุบันจึงไม่น่ามีปัญหาเรื่องดังกล่าว นายสายกล่าว พธม.เลื่อนให้กำลังใจโยธินฯวันจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 21 สิงหาคม กลุ่มพันธมิตรได้แจกประกาศพันธมิตรฉบับที่ 8/2551 เรื่องเลื่อนกำหนดการไปชุมนุมหน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่พันธมิตรได้ออกแถลงการณ์เชิญชวนประชาชนไปสำแดงพลังให้กำลังใจกับผู้ปกครอง และนักเรียนโยธินบูรณะ และแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการย้ายโรงเรียนโยธินฯ และชุมชนใกล้เคียงในวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 10.00 น.นั้น ปรากฏว่าโรงเรียนโยธินฯ และโรงเรียนใกล้เคียงในพื้นที่ได้ปิดทำการในวันและเวลาที่พันธมิตรจะเดินทางไป ดังนั้นเพื่อเป็นการธำรงเจตนารมณ์และเพื่อเป็นการยืนยันคัดค้านโครงการดังกล่าว ซึ่งใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย ไม่เหมาะสม ไม่โปร่งใส ไม่มีประสิทธิภาพ จึงขอเลื่อนกำหนดการเยือนโรงเรียน โดยกำหนดนัดหมายเป็นเช้าวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม เวลา 10.00 น. ที่หน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ |