|
WWW.KOMCHADLUEK.NET โอม...มหาอุดหยุดรอยรั่ว ที่บ้านเด็กชายมหาราชคลอง5 ![]() "รับสมัครผู้ชอบท้าทายไม่กลัวความสูง เก่งซ่อม สร้าง ตอกตะปู อุดรอยรั่ว" นี่ไม่ใช่คำประกาศรับสมัครงานสารพัดช่างที่ต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยง แต่เป็นคำเชิญชวนอาสาสมัครคนรุ่นใหม่วัยตั้งแต่18-30 ปีมาช่วยกันทำความดีซ่อมแซมศาลากลางน้ำให้น้องๆที่สถานสงเคราะห์เยาวชน มูลนิธิมหาราชคลอง 5 จ.ปทุมธานีกับโครงการ รวมพลังสร้างความดีกับโออิชิD-Power Project by Oishi" จัดโดยบ.โออิชิ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) โดยจะนำภาพเผยแพร่สู่สาธารณะชนผ่านรายการเรื่องจริงผ่านจอแม้จะรู้ว่ามีงานหนักรออยู่ แต่อาสาสมัครคนรุ่นใหม่มเกือบ30 คน ก็ยินดี เช้าสดใสของวันอาทิตย์ที่ 15 มิ.ย.2551 จึงเป็นวันที่พวกเขาตั้มวรกฤต สระทองนาน นักศึกษาปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ม.รังสิต และออยปาจรีย์ มะวังนุธูรนักศึกษาปี1 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมม.เทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรีนัดพบเพื่อนๆ เพื่อเริ่มงานซ่อมแซมศาลากลางน้ำ พวกเขาใช้เวลาไม่นานในการทำความรู้จักกันจากนั้นแบ่งกลุ่มเร่งทำงาน บ้างปัดกวาดทาสีรั้ว ทาสีสังกะสี ซ่อมหลังคา ค่อยๆคืนชีวิตศาลากลางน้ำที่มีอายุกว่า40 ปีให้กลับมาคึกคักมีสีสันเป็นสถานที่ทำกิจกรรมของน้องๆได้อีกครั้ง อยู่ๆมีพี่มาปัดกวาดเช็ดถูศาลากลางน้ำที่ทิ้งร้างมานาน จึงเป็นที่สนใจของบรรดาเด็กๆมาเลียบเคียงมอง"พ่อใหญ่" หรือ ทวีป จำเนียรผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช กลัวลูกๆจะเกะกะการทำงานของพี่ๆ จึงชวนไปนั่งล้อมวงตรงม้าหินอ่อนเยื้องศาลากลางน้ำ เล่าถึงประวัติศาลาและความเป็นมาของบ้านมหาราชว่า บ้านมหาราช เป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี2508 จากการที่รัฐบาลในขณะนั้นรวบรวมเงินบริจาคจัดตั้งเป็นมูลนิธิมหาราช แล้วใช้เงินดังกล่าวมาสร้างสถานสงเคราะห์ขึ้นมีบ้านพักทั้งหมด 20 หลัง เมื่อสร้างเสร็จรัฐบาลได้ทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 3 รอบเมื่อวันที่5 ธันวาคม2506 พระองค์ทรงรับไว้แล้วพระราชทานให้เด็กกำพร้าใช้เป็นสถานที่พักพิงและเสด็จพระราชดำเนินทรงกระทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่27 ธันวาคม2508 นอกจากนี้ยังพระราชทานชื่อบ้านพักให้ทุกหลังเปิดดำเนินการจนถึงปัจจุบันกว่า 40 ปีแล้ว "เด็กกำพร้าที่เรารับเลี้ยงเพราะถูกทอดทิ้ง ครอบครัวแตกแยกพ่อก็ไม่เอา แม่ก็ไม่เอา ญาติก็ไม่มีใครเอาจำเป็นต้องหาที่ปลอดภัยให้เด็ก ที่นี่ยังมีเด็กเร่ร่อนในกรุงเทพฯและปริมณฑลย่านวงเวียนใหญ่ สะพานพุทธ สนามหลวงหัวลำโพง ที่ส่งมาจากครูข้างถนนมีหลายหน่วยงานดูแลร่วมกันทั้งกรุงเทพฯพม.และการศึกษานอกโรงเรียนเด็กหลายคนมีครอบครัวสมบูรณ์ แต่เขาปฏิเสธครอบครัวเพราะถูกพ่อหรือแม่ทำร้าย อยู่กับครอบครัวแล้วไม่มีความสุขก็หนีมาเร่ร่อน"พ่อใหญ่เล่า เด็กอีกกลุ่มต้องคดีเมื่อพ้นคดีแล้วไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งในจำนวนเด็กบ้านมหาราชทั้งหมด 252 คนแบ่งเป็นเด็กถูกทอดทิ้ง โดยเฉพาะแม่คลอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล40 คนรองลงมาทิ้งป้ายรถเมล์ ถังขยะเด็กเหล่านี้ถูกส่งไปเลี้ยงที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนก่อนจนถึงอายุ 6 ปีถึงมาอยู่ที่บ้านมหาราช เด็กกำพร้าแต่ยังมีครอบครัวเดิม 90 คน ส่วนที่เหลือเป็นเด็กครอบครัวแตกแยกและเด็กเร่ร่อน "เด็กกลุ่มนี้ดูภายนอกไม่เป็นไร แต่สภาพจิตใจพวกเขาย่ำแย่ยิ่งเด็กที่ถูกพ่อแม่ ครอบครัวทำร้ายมาจิตใจจะแย่มาก ส่วนเด็กเร่ร่อนจะอาลัยอาวรณ์หาครอบครัวซึมเศร้า เรามีกิจกรรมให้เขาปรับตัวมีนักจิตวิทยาพูดคุยให้สบายใจขึ้น จากนั้นจะส่งไปเรียนหนังสือตามสถานศึกษารายรอบตั้งแต่อนุบาลถึงปริญญาตรี" พ่อใหญ่เล่า เมื่อปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำปัญหาสังคมรุมเร้า จำนวนเด็กที่ถูกทอดทิ้งจึงมีมากขึ้นทุกปี ขณะที่ความพร้อมของอาคารสถานที่เริ่มแย่เพราะถูกใช้เป็นหอพักเด็กมากว่า40 ปีมีสภาพทรุดโทรม ต้องปิดไว้เฉยๆ 4-5 หลังเพราะไม่ปลอดภัย ห้องน้ำไม่ดีสายไฟหลุด หลังคารั่ว หน้าต่างพัง ปีนี้ พม.ให้งบมาซ่อม2 หลังจึงประสานภาคเอกชนที่อยากช่วยเด็กกำพร้า อย่างอาสาสมัครมาช่วยซ่อมแซมศาลากลางน้ำ จึงดีใจที่เด็กๆจะมีอาคารใช้และดีใจที่คนนอกไม่ทิ้งเด็กกำพร้าเหล่านี้ เมื่อบ้านแต่ละหลังซ่อมเสร็จจะเปิดเป็นพื้นที่สีขาวเป็นชมรมต่างๆ ให้เด็กที่อยู่ในชุมชนรอบๆด้วยเช่น ชมรมกีฬา ดนตรี นาฏศิลป์ ศิลปะ มีอีกสิ่งที่"เด็กบ้านมหาราช"ยังรอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ คืออาสาสมัครที่มาช่วยสอน ช่วยติวหนังสือ ทำกิจกรรมสอนเล่นกีฬาช่วงตอนเย็น ๆ เพราะเด็กมีทั้งเด็กเรียนเก่ง ปานกลาง และต้องติวทุกวิชา ซึ่งพ่อใหญ่ บอกว่า ถ้านักศึกษาในมหาวิทยาลัยสนใจให้ติดต่อมาที่บ้านมหาราชได้เลยที่โทร.0-2577-3823 พี่มะ: ความภูมิใจของเด็กบ้านมหาราช มะหรือนายอิสกานดาร์เจ๊ะโก๊ะ วัย24 ปีชายหนุ่มจากอ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาสเล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เป็นเด็กคนหนึ่งที่อยู่บ้านมหาราช ตอนเด็กบ้านมีฐานะยากจน พ่อเสียชีวิตเพราะโรคประจำตัว แม่และพี่ต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว ไม่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ จึงส่งไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์นราธิวาสได้เรียนหนังสือตั้งแต่ม.1-3 และเรียนปวช.-ปวส. สาขาคอมพิวเตอร์พอสอบติดที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ แต่ไม่มีที่พัก ทางสถานสงเคราะห์นราธิวาสจึงส่งตัวมาอยู่ที่บ้านมหาราช และได้รับทุนจากผู้ใจดีที่มาเลี้ยงอาหารจนเรียนจบปริญญาตรี 2 ปีพูดได้ 4 ภาษา ไทย อังกฤษ มาลายู ยาวี ปัจจุบันทำงานบริษัทนำเข้าและส่งออกอุปกรณ์อาบน้ำมีเงินเดือนๆละ 8,000 บาท และตั้งใจว่าจะเรียนภาษาจีนเพิ่มเพื่อเป็นประโยชน์กับการติดต่องาน "ที่นี่เหมือนบ้านหลังที่2 ของผม ผมไม่ปิดบังใคร บอกทุกคนว่าผมอยู่สถานสงเคราะห์บ้านมหาราช ที่นี่ให้ทั้งความรัก ความอบอุ่น ที่นี่ให้ค่าอาหารเด็กคนละ 40 บาทเท่ากันแม้มหาวิทยาลัยอยู่ใกล้ไม่เสียค่าเดินทาง แต่ต้องทำรายงานเป็นตั้งๆ เมื่อมีปัญหา พ่อกับแม่ คนที่ดูแลเรา เป็นที่ปรึกษาได้ทุกเรื่องทั้งเรื่องเรียน ไม่มีเงินทำรายงานก็ให้ผมมาช่วยงานครัว จึงมีเงินไปเรียน ตอนเย็นๆผมช่วยสอนหนังสือน้องๆ ด้วย เมื่อเรียนจบไปผมยังแวะเวียนมาช่วยงานพ่อใหญ่เสมอ มาหาน้องๆ ผมตั้งใจจะทำงานเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านให้แม่มาอยู่ที่กรุงเทพด้วยกัน ผมมีทุกวันนี้ได้เพราะคำว่า เด็กกำพร้า เป็นตัวขับเคลื่อนให้ผมต่อสู้ทุกอย่างให้สำเร็จ ขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงานที่ไม่ทิ้งกัน"มะบอกด้วยรอยยิ้ม 0 ผกามาศใจฉลาด 0 เรื่อง/ภาพ |