|
WWW.KOMCHADLUEK.NET แจ้งจับ"พ.ต.ต."ตบเยี่ยมญาตินอกเวลาเจ้าตัวโต้โดนรุมตื้บ ![]() สาวใหญ่เมืองปทุม ร้อง ปปป.เอาผิด"พ.ต.ต."สภ.คลองห้า อ้างเมาจิกหัวตบบ้องหูบนโรงพัก ขณะมาเยี่ยมญาติ ยันไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งมาก่อน ด้านสารวัตรมือตบโต้ หมดเวลาเยี่ยมแต่คู่กรณีไม่ยอมเลยถูกรุมตื้บ ก่อนแจ้งกลับทำร้ายตำรวจ ขณะที่ สวญ.คลองห้า พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เหตุการณ์ตำรวจกับชาวบ้านชกต่อยกันบนโรงพัก โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่าตัวเองถูกทำร้ายก่อน เปิดเผยเมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 15 พฤษภาคม นางประภาพร กวดรื่อ อายุ 41 ปี และนายประพนธ์ กวดรื่อ อายุ 43 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 47/26 หมู่ 1 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนางนพภัสสร สุจจิตราพร อายุ 47 ปี และนายกานตพงศ์ สุจจิตราพร อายุ 53 ปี สามีภรรยา และญาติผู้พี่ของนางประภาพร เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุชิน อร่ามรณชิต พนักงานสอบสวน (สบ 2) กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนายตำรวจยศ พ.ต.ต.คนหนึ่ง ของ สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ในข้อหา ทำร้ายร่างกาย และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เหตุเกิดบริเวณหน้าห้องน้ำข้าง สภ.คลองห้า เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นางประภาพรเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและนายประพนธ์ รวมทั้งนางนพภัสสร ญาติผู้พี่ และนายกานตพงศ์ เดินทางไปที่ สภ.คลองห้า เพื่อเข้าเยี่ยมนายรุ่งโรจน์ แส้สาคร อายุ 37 ปี น้องชายนางนพภัสสร และนายปุ้ย หลังถูกตำรวจ สภ.คลองห้า ตรวจค้นบ้านพักที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านตนแล้วพบยาบ้าประมาณครึ่งเม็ด บ้องกัญชา และกระสุนปืน 3 นัด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นางประภาพรกล่าวต่อว่า หลังถูกจับกุมตัวไปแล้วพักใหญ่ ตนกับญาติๆ ทั้งหมดได้ซื้อข้าวมันไก่แล้วจ้างนางสร้อยสุดา พูลเพ็ง คนขับรถแท็กซี่ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของสามี และนายกานตพงศ์ อยู่ที่วินราชมงคล คลองหก ให้มารับข้าวมันไก่แล้วให้ไปส่งที่ สภ.คลองห้า เมื่อไปถึงพวกตนได้แยกย้ายกันเข้าห้องน้ำรวมที่อยู่ทางด้านขวาของโรงพักก่อนจะไปติดต่อขอเยี่ยมญาติ แต่ระหว่างที่ตนกับนางนพภัสสรทำธุระส่วนตัวอยู่นั้น ได้ยินเสียงผู้ชายเอะอะโวยวาย จับใจความได้ว่า "มาทำไม กลับไปเลย ไม่ให้เยี่ยม" จากนั้นชายคนดังกล่าวได้มาทุบประตูห้องน้ำที่ตนเข้าอยู่ ทันทีที่ออกมาก็เห็นว่าเป็นตำรวจในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อน ตรงเข้ามากระชากคอเสื้อและผลักตนล้มลง พอลุกขึ้นมาก็ถูกตบบ้องหู นางประภาพรกล่าวอีกว่า ช่วงเกิดเหตุนางนพภัสสรเข้ามาช่วยตน โดยพูดขึ้นว่า "มาทำกันแบบนี้เอาปืนมายิงเลยดีกว่า" แต่ไม่ทันขาดคำก็ถูกตำรวจคนนี้จิกกระชากผม ทำให้สามีและนายกานตพงศ์รีบเข้ามาห้าม แต่ถูกตำรวจคนนี้ไล่ชกต่อย ตนจึงหยิบกล่องข้าวมันไก่ และรองเท้าแตะขว้างใส่ จนเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายขึ้น ทำให้ตำรวจในโรงพักประมาณ 4 นายเข้ามาห้าม โดยพูดว่า พี่พอเถอะ หลังเกิดเรื่องพวกตนจึงพากันไปแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง ว่าถูกทำร้ายร่างกาย และแจ้งจับตำรวจคนนี้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อนจะพากันมาร้องทุกข์ที่ บก.ปปป.เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ด้านนายประพนธ์กล่าวว่า พวกตนกับตำรวจคนนี้ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน และตำรวจคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจับกุมญาติตน จึงไม่ทราบว่าสาเหตุที่มาหาเรื่องเกิดจากเรื่องใด เชื่อว่านายตำรวจคนนี้น่าจะเมาสุราจนขาดสติ เรื่องที่เกิดขึ้นตนคิดว่าตำรวจทำเกินไป พวกตนแค่ต้องการมาเยี่ยมญาติที่ถูกจับ เอาข้าวมาให้แต่กลับมาถูกทำร้าย แล้วคนที่ถูกทำร้ายก็เป็นผู้หญิง เรื่องบาดเจ็บไม่เท่ากับที่ตนรู้สึกเจ็บใจมากกว่าที่ตำรวจมาทำกับประชาชนแบบนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางประภาพรได้นำเสื้อที่ถูกตำรวจกระชากจนขาดมามอบไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพาญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด รวมทั้งนางสร้อยสุดา คนขับแท็กซี่ที่เห็นเหตุการณ์มาเป็นพยานยืนยันอีกด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป.ได้สอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และทำเรื่องส่งตัวผู้เสียหายไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย ก่อนจะเสนอผู้บังคับบัญชาให้สั่งการต่อไป พ.ต.ท.พัลลพ แอร่มหล้า สารวัตรใหญ่ สภ.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้รับรายงานในเบื้องต้นแล้ว ทางผู้เสียหายที่อ้างว่า ถูก พ.ต.ต.นายหนึ่งบนโรงพัก ตำแหน่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า ทำร้ายร่างกาย ขณะซื้ออาหารมาเยี่ยมญาติที่ถูกจับในคดียาบ้านั้น จะรับเรื่องไว้ตรวจสอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พ.ต.ท.พัลลพกล่าวอีกว่า เรื่องนี้เริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในซอยช่อจันทร์ ซึ่งเป็นบ้านเป้าหมาย เพราะเจ้าของบ้านหลังนี้เคยถูกจับในคดีครอบครองยาบ้าเมื่อ 2 ปีก่อน และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน โดยผลการตรวจค้นพบยาบ้าครึ่งเม็ด จึงได้ควบคุมตัวนายรุ่งโรจน์ แซ่สาคร มาดำเนินคดี และต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น.ญาติของนายรุ่งโรจน์ ได้ซื้ออาหารมาขอเยี่ยมที่โรงพัก แต่หมดเวลาเยี่ยม พ.ต.ต.นายนี้ ซึ่งเข้าเวรอยู่ได้แจ้งว่า เยี่ยมไม่ได้ หมดเวลาเยี่ยมแล้ว ให้มาเยี่ยมในวันพรุ่งนี้ แต่ญาติผู้ต้องหาไม่ยินยอม อ้างว่าซื้อข้าวมาให้ลูกชายกิน ทำไมจะเยี่ยมไม่ได้ จนเกิดมีปากเสียงและทำร้ายร่างกายกันขึ้น "หลังจาก พ.ต.ต.นายนี้กับกลุ่มญาติๆ ของผู้ต้องหาแยกออกจากกันแล้ว พ.ต.ต.นายนี้ ได้แจ้งความในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน โดยอ้างว่าถูกญาติๆ 7 คนของผู้ต้องหารุมทำร้าย และผมรู้ว่าญาติผู้ต้องหาก็ไปแจ้งความไว้เหมือนกัน แต่ทางเราคงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีอย่างเต็มที่ ส่วนที่ว่า พ.ต.ต.นายนี้มีกลิ่นเหล้า และอยู่ในสภาพมึนเมานั้น คงต้องตรวจสอบด้วยเหมือนกัน" พ.ต.ท.พัลลพกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุ พ.ต.ต.นายนี้ ยังคงเดินทางมาทำงานที่โรงพักตามปกติ |