WWW.KOMCHADLUEK.NET

สกอ.แจงเด็กม.6ฆ่าตัวตายรู้ติดศิลปศาสตร์ฯกำแพงแสน

“สุเมธ” เลขาธิการ กกอ.ชี้แจงเด็กฆ่าตัวตายเหตุเครียดแอดมิชชั่นส์ ทั้งที่ได้คืนสิทธิ์แอดมิชชั่นส์ แต่ไม่ประกาศผลทางเว็บ ยันแจ้งทางโทรศัพท์ว่าติดคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ (มก.) ทุกครั้งที่เด็กและพ่อโทรมาสอบถาม แจงขณะนี้ยังติดต่อพ่อของเด็กไม่ได้ งงทำไมบอกว่าลูกติดคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เตรียมทบทวนประกาศผลให้ชัดเจน

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) แถลงข่าวกรณี นายจิราวัฒน์ เลิศกุลอุยไพศาล นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.นาเชือกวิทยาสรรพ์ ฆ่าตัวตาย เนื่องจากเครียดกลัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 ทั้งนี้ นายจิราวัฒน์ได้สมัครแอดมิชชั่นส์เมื่อวันที่ 16 เมษายน ทั้งหมด 4 อันดับ  ได้แก่ อันดับ 1 คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) อันดับ 2 และอันดับ 3 เลือกคณะเดียวกัน ได้แก่ คณะทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาเขตศรีราชา มก. และอันดับ 4 คณะทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาเขตศรีราชา มก. ก่อนหน้านั้น นายจิราวัฒน์ติดโควตาคณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) จึงถูกตัดสิทธิ์จากระบบแอดมิชชั่นส์ ดังนั้น ในวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันประกาศผลแอดมิชชั่นส์ ทำให้นายจิราวัฒน์ไม่มีรายชื่อ

 อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 พฤษภาคม นายจิราวัฒน์ได้แจ้งผ่านคอลเซ็นเตอร์ว่า ได้สละสิทธิ์โควตา มมส.แล้ว และต้องการใช้สิทธิ์แอดมิชชั่นส์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ มมส.ส่งรายชื่อคืนสิทธิ์แอดมิชชั่นส์ให้แก่นักเรียน 151 ราย และนายจิราวัฒน์เป็นหนึ่งในนั้น คณะอนุกรรมการที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดอันดับทำการตรวจสอบคะแนน โดยขอเวลา 5 วัน คือ วันที่ 6-11 พฤษภาคม เพื่อประมวลผลใหม่ ต่อมาในวันที่ 9 พฤษภาคม ได้รับการติดต่อจากนายจิราวัฒน์ผ่านทางโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่แจ้งว่ายังประมวลผลไม่เสร็จ ให้ฝากเบอร์โทรศัพท์ แฟกซ์ และอีเมลไว้ เพื่อติดต่อกลับไปเมื่อประมวลผลเสร็จ

 ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 10 พฤษภาคม ได้รับการติดต่อจากนายจิราวัฒน์อีกครั้งหลังจากที่โทรมาหลายครั้งมากในวันที่ 9 พฤษภาคม เพื่อขอรับผลการสอบแอดมิชชั่นส์ ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ยังประมวลผลไม่เสร็จ จึงบอกนายจิราวัฒน์ว่าไม่ต้องกังวล ถ้าผลออกจะรีบโทรไปแจ้งให้ทราบ และในช่วงบ่ายนายจิราวัฒน์ก็โทรกลับมาอีกครั้ง ซึ่งขณะนั้นการประมวลผลเสร็จแล้ว จึงแจ้งผลแอดมิชชั่นส์ให้ทราบทันทีว่าติดคณะอันดับ 1 ที่เลือกไว้ แต่นายจิราวัฒน์ก็ยังมีคำถามต่อมาว่า ต้องเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์อย่างไร สอบสัมภาษณ์แล้วจะได้เรียนไหม เจ้าหน้าที่บอกไปว่า ให้ไปเตรียมเอกสาร แต่งตัวให้เรียบร้อย และไปให้ตรงเวลาก็พอ หลังจากนั้นนายจิราวัฒน์ก็ยังโทรมายัง สกอ.อีกหลายครั้ง เพื่อสอบถามว่าทำไมดูประกาศผลทางเว็บไซต์ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงว่า กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ จะไม่มีการประกาศผลทางเว็บไซต์ แต่อย่ากังวลและขอให้เตรียมตัวไปสอบสัมภาษณ์ที่วิทยาเขตกำแพงแสน มก.ในวันที่ 14 พฤษภาคม พร้อมทั้งได้ส่งเอกสารต่างๆ ให้ทางโทรสาร

 จากนั้นในวันที่ 11 พฤษภาคม นายจิราวัฒน์ได้โทรมายัง สกอ.อีกหลายครั้ง เพื่อสอบถามว่าไปสอบสัมภาษณ์ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง และสอบสัมภาษณ์แล้วจะติดหรือไม่ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งไปว่า ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม และไปสอบสัมภาษณ์ตามวันและเวลาที่กำหนด และช่วงเช้าวันที่ 12 พฤษภาคม นายจิราวัฒน์ก็ติดต่อมายัง สกอ.ว่าได้สอบถามไปยัง มก.พบว่าไม่มีรายชื่อ เจ้าหน้าที่ชี้แจงไปว่า ยังไม่ได้ส่งเรื่องไปยังมหาวิทยาลัย แต่จะส่งไปในช่วงบ่าย และบอกว่าไม่ต้องกังวล วันเดียวกัน บิดาของนายจิราวัฒน์ก็โทรมาและเจ้าหน้าที่ สกอ.ก็ชี้แจงไปเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อบิดาของนายจิราวัฒน์ได้ จึงไม่ทราบว่า เหตุใดบิดาของนายจิราวัฒน์จึงบอกว่าลูกตนเองติดคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

 “สาเหตุที่ไม่มีการนำชื่อนายจิราวัฒน์ที่มีการประมวลผลรอบสองขึ้นเว็บไซต์ เพราะการคืนสิทธิ์ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งมีจำนวน 130 กว่าคนที่ผ่านการแอดมิชชั่นส์ ทุกคนจะทราบว่าจะได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ จะไม่มีการขึ้นชื่อทางเว็บไซต์ แต่จะมีรายชื่อปรากฏอีกครั้งเมื่อผ่านการสอบสัมภาษณ์แล้ว เป็นรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งเจ้าหน้าที่ของ สกอ.ทุกคน ก็ร่วมลุ้นและรู้สึกดีใจกับเด็กทุกคนที่สอบผ่านแอดมิชชั่นส์ ทันทีที่ทราบว่าใครสอบผ่านแอดมิชชั่นส์ จะแย่งกันโทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าตัว หรือครอบครัว หากได้ยินเสียงเฮด้วยความดีใจจากเด็กและครอบครัว พวกเราก็จะรู้สึกดีใจไปด้วย” ดร.สุเมธกล่าว

 ดร.สุเมธกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ สกอ.จะต้องมาทบทวนแนวทางการประกาศผลให้ชัดเจน โดยกรณีที่มีการประกาศชื่อเพิ่มเติมก็อาจต้องประกาศรายชื่ออีกครั้ง แต่เป็นคนละเว็บไซต์กับการประกาศผลครั้งแรก เพื่อเป็นการป้องกันระบบใหญ่โดยรวม ที่ผ่านมาเมื่อมีการประมวลผลใหม่และมีผู้ผ่านเกณฑ์แอดมิชชั่นส์เพิ่มเติม มหาวิทยาลัยก็ยินดีที่จะรับเพิ่ม ไม่เคยเบี้ยวสักราย กรณีนายจิราวัฒน์ก็พยายามคิดหาคำตอบว่าปัญหาผิดพลาดอยู่ที่จุดใด แต่ก็ยังไม่พบ ซึ่งเรื่องทั้งหมดได้รายงาน นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช.ศึกษาธิการ แล้ว และนายบุญลือได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบคดีนี้ในทางลึกอีกทางด้วย

 นายบุญลือกล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูกชาย และจากการรับรายงานจาก ดร.สุเมธ เมื่อเด็กทราบว่าติดแอดมิชชั่นส์แล้วก็คงไม่ใช่เหตุผลที่จะฆ่าตัวตาย ดังนั้น จึงขอให้ตำรวจช่วยดูว่าการฆ่าตัวตายนี้น่าจะมาจากเหตุผลอื่นๆ หรือไม่ เช่น มีโรคประจำตัวหรือไม่ ความสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นอย่างไร นอกจากนี้ จะมอบเงินส่วนตัวจำนวน 1 หมื่นบาทให้แก่ครอบครัวนี้เพื่อแสดงความเสียใจ พร้อมทั้งให้กำลังใจด้วย

 “ผมฝากย้ำถึงนักเรียนที่พลาดโอกาสจากแอดมิชชั่นส์ว่า แอดมิชชั่นส์ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้ายของชีวิต เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และขณะนี้ยังมีที่นั่งในสถาบันอุดมศึกษาอีกมากที่รอรับนักเรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน หรือมหาวิทยาลัยเปิด” นายบุญลือกล่าว

 นายวชิระ เลิศกุลอุยไพศาล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกก่องโคกสูงหนองแต้ ต.หนองแดง อ.นาเชือก บิดาของนายจิราวัฒน์กล่าวว่า สาเหตุที่ลูกชายเครียดจนเป็นเหตุให้ฆ่าตัวตายนั้น เนื่องมาจากผู้เกี่ยวข้องในการจัดสอบแอดมิชชั่นส์กลางนั้นทำระบบผิดพลาด ลูกไม่มีรายชื่อเข้าเรียน ม.เกษตรฯ ทั้งๆ ที่คะแนนสอบแอดมิชชั่นส์ได้ถึง 5,146 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่สูง น่าจะผ่านเกณฑ์รับนักศึกษาของ ม.เกษตรฯ แต่ด้วยความผิดพลาดของแอดมิชชั่นส์ จึงทำให้ลูกชายไม่มีรายชื่อและฆ่าตัวตาย  

 นายวชิระกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนก็ได้ติดต่อสอบถามไปยัง สกอ.เพื่อขอคำชี้แจงว่าทำไมลูกชายถึงไม่มีรายชื่อในระบบแอดมิชชั่นส์ ทั้งๆ ที่คะแนนของเขาน่าจะผ่านเกณฑ์ ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า ข้อมูลอาจตกหล่น แต่คะแนนของลูกชายนั้นสูง น่าจะผ่านเกณฑ์การคัดเลือกนักศึกษาของ ม.เกษตรฯ และให้ติดต่อไปยัง ม.เกษตรฯ

 นายวชิระกล่าวว่า ต่อมาจึงติดต่อไปยัง ม.เกษตรฯ เพื่อสอบถามกรณีที่ไม่มีรายชื่อ เจ้าหน้าที่ ม.เกษตรฯ ที่รับโทรศัพท์บอกว่าให้ตนพาลูกชายมาสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 14 พฤษภาคม ได้เลย เนื่องจากคะแนนผ่านเกณฑ์ ส่วนในเรื่องไม่มีรายชื่อในแอดมิชชั่นส์นั้น มหาวิทยาลัยจะดำเนินการให้ พร้อมทั้งจะส่งหนังสือแจ้งมาให้ไปสอบสัมภาษณ์ แต่หลายวันก็ยังไม่ได้รับหนังสือจึงสอบถามไปยัง ม.เกษตรฯ อีกครั้ง เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ต้องคำนึงถึงหนังสือ ให้รีบพาลูกมาสอบสัมภาษณ์

 นายวชิระกล่าวว่า หลังจากที่ลูกชายรู้ว่าไม่มีรายชื่อในแอดมิชชั่นส์ก็กลัวว่าจะไม่มีที่เรียน เนื่องจาก ม.มหาสารคาม และ ม.เชียงใหม่ ที่สอบได้นั้นสละสิทธิ์ไปแล้ว และไม่รู้ว่าเข้าไปสอบสัมภาษณ์แล้วจะได้เรียนหรือไม่ จึงทำให้ลูกเครียดและกังวล กระทั่งฆ่าตัวตายในที่สุด

 นายวชิระกล่าวอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นอยากให้เป็นบทเรียนแก่ผู้เกี่ยวข้องได้รู้ว่าการทำระบบข้อมูลไม่ควรผิดพลาด ควรตรวจสอบให้ดีก่อนจะประกาศผลการสอบของเด็กออกมา ไม่อย่างนั้นคงเกิดเหตุการณ์เด็กนักเรียนฆ่าตัวตายอย่างนี้เรื่อยๆ ในเรื่องการเรียนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้ามว่าใช้ระบบการศึกษาที่ไม่รอบคอบทดลองกับเด็ก

 ดร.พีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ กล่าวว่า ม.เกษตรฯ จะรับนักศึกษาที่สมัครสอบผ่านแอดมิชชั่นส์ที่ได้คะแนนสูงสุดถึงต่ำสุดเข้ามาคัดเลือก โดยจะคัดเอาคนที่ได้คะแนนสูงสุดลงมาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้รับนักศึกษาจำนวนกี่คนเท่านั้น

 ส่วนคะแนนแอดมิชชั่นส์ของเด็กที่สอบเข้าคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.เกษตรฯ ที่ได้รับคัดเลือกมานั้น คะแนนสูงสุดอยู่ที่ 7,988.2 คะแนน ต่ำสุดอยู่ที่ 6837.5 คะแนน ส่วนคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่ ม.เกษตรฯ วิทยาเขตศรีราชา มีนักศึกษาได้คะแนนสูงสุดในระบบแอดมิชชั่นส์ที่สมัครเข้ามาเรียน 6,058 คะแนน และคะแนนต่ำสุด 4,992 คะแนน

 กรณีของนายจิราวัฒน์ที่ยิงตัวตายนั้น ไม่ได้สมัครเข้าเรียนคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ที่ ม.เกษตรฯ แต่ใช้คะแนนแอดมิชชั่นส์สมัครเข้าเรียนคณะทรัพยากรสิ่งแวดล้อม สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.เกษตรฯ วิทยาเขตศรีราชา ซึ่งเขาก็มีรายชื่อ แต่หากเขาใช้คะแนนแอดมิชชั่นส์เลือกคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ที่ ม.เกษตรฯ ศรีราชา เขาก็ติดวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.เกษตรฯ ศรีราชา เพราะได้คะแนนแอดมิชชั่นส์ 5,146 คะแนน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ศพนายจิราวัฒน์ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 11 บ้านปอพาน ต.ปอพาน อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม และมีกำหนดฌาปนกิจที่วัดบ้านปอพาน ในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคมนี้