WWW.KOMCHADLUEK.NET

พนง.รัฐวิสาหกิจ-ลูกจ้างถึงคิวเฮ"สุรพงษ์"เตรียมปรับค่าครองชีพ

"สุรพงษ์" เตรียมปรับค่าครองชีพให้พนักงานรัฐวิสาหกิจ-ลูกจ้างชั่วคราว พร้อมหามาตรการลดการใช้พลังงาน รับมือราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่ง รถร่วม ขสมก.ขอขึ้นค่าโดยสารอีกระยะละ 4 บาท ขู่หยุดวิ่งทั่วกรุง หาก 20 พ.ค.นี้ไม่มีคำตอบ ขณะที่พนักงานแบงก์ได้เฮ ผู้บริหารขึ้นค่าครองชีพให้ทั่วหน้า

ค่าครองชีพของประชาชนนับวันมีแต่จะสูงขึ้น ประกอบกับแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกก็มีโอกาสปรับขึ้นนี้ เรื่องนี้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกว่า มีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องแตะระดับ 140-150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับสถานการณ์ ในส่วนของรัฐบาลจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาปรับขึ้นค่าครองชีพพิเศษให้แก่พนักงานรัฐวิสาหกิจและลูกจ้างชั่วคราว เช่นเดียวกับที่ได้ปรับขึ้นให้แก่ข้าราชการระดับซี 1-5 ไปแล้ว เฉลี่ยร้อยละ 6 ของฐานเงินเดือนในปัจจุบัน เพื่อให้รายได้สอดคล้องกับรายจ่ายที่สูงขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาข้อสรุปมาตรการลดการใช้พลังงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อชะลอการใช้พลังงานในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"ดีเซล"ทะลุ35บาท

 รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานแจ้งว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซินล่าสุดปรับเพิ่มขึ้น 1.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 130.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น 4.82 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 161.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับลดลง 1.58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 124.22 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันหลายรายทยอยแจ้งปรับราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้น

 บริษัท เอสโซ่ จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ขอปรับขึ้นราคาเฉพาะน้ำมันดีเซลอีก 50 สตางค์ต่อลิตร เป็นรายแรกตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 15 พฤษภาคม ขณะที่ บริษัท ซัสโก้ จำกัด ก็แจ้งขอปรับราคาน้ำมันดีเซลขึ้นอีก 50 สตางค์ต่อลิตรเช่นกัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นมาอยู่ที่ 35.74 บาทต่อลิตร โดยซัสโก้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน 95 ขึ้นอีก 1 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาน้ำมันเบนซิน 95 เฉพาะของซัสโก้สูงถึง 39.39 บาทต่อลิตร

 ขณะเดียวกัน บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้ปรับราคาดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตร แต่ยังต่ำกว่าราคาน้ำมันดีเซลของผู้ค้ารายอื่นๆ ส่วนบริษัท เชลล์ประเทศไทย จำกัด และบริษัทไออาร์พีซี จำกัด ก็ปรับราคาน้ำมันดีเซลอีก 50 สตางค์ต่อลิตรเช่นกัน โดยราคาดีเซลอยู่ที่ 35.74 บาทต่อลิตร เท่ากับราคาของเอสโซ่ และซัสโก้

 การปรับราคาดังกล่าว เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลหากรวมค่าบริหารจัดการติดลบกว่า 4.50 บาทต่อลิตร ขณะที่เบนซินติดลบ 84 สตางค์ ส่วน ปตท.ยังไม่ขยับราคา ทำให้ราคาดีเซลของผู้ค้าน้ำมันหลายรายสูงกว่า ปตท.1.30 บาทต่อลิตร

รถร่วมขสมก.ขู่หยุดวิ่ง

 นายฉัตรชัย ชัยวิเศษ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน กล่าวว่า สมาชิกสมาคมและผู้ประกอบการรถโดยสารร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะชุมนุมที่กระทรวงคมนาคม เพื่อให้เร่งพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนเดินรถที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับราคาสูงถึงลิตรละ 34.44 บาท จากเดิมที่ค่าโดยสารคิดบนฐานราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 27 บาท

 นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชนกล่าวต่อว่า สมาคมจะหารือร่วมกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม หากยังไม่มีความชัดเจนในการปรับขึ้นค่าโดยสารในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ผู้ประกอบการรถ ขสมก.ทั่ว กทม.จะหยุดให้บริการเดินรถ พร้อมกันนี้สมาคมจะเจรจาขอปรับเพิ่มค่าโดยสารที่เคยขอไว้ก่อนหน้านี้ เพราะราคาน้ำมันปัจจุบันเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาที่เสนอค่อนข้างมาก ซึ่งตามระเบียบแล้ว เมื่อราคาน้ำมันปรับเพิ่มเกินลิตรละ 3 บาท ต้องมีการปรับอัตราค่าโดยสาร 1 ระดับ แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันปรับเกินถึงลิตรละ 6 บาทแล้ว ดังนั้นอัตราค่าโดยสารที่จะปรับก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 อย่างไรก็ตาม ปกติเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นลิตรละ 3 บาท อัตราค่าโดยสารที่ปรับเพิ่มขึ้นสำหรับรถปรับอากาศจะอยู่ที่ระยะละ 2 บาท หากน้ำมันปรับเพิ่มลิตรละ 6 บาท อัตราค่าโดยสารน่าจะอยู่ที่ระยะละ 4 บาท หากกระทรวงคมนาคมอนุมัติให้เพียงระยะละ 1 บาท ผู้ประกอบการคงรับไม่ได้ และคงเลือกหยุดให้บริการเดินดีกว่าทนแบกรับภาระขาดทุน ส่วนรถร้อนนั้น ต้องปรับเพิ่มอย่างต่ำ 1.50 บาทตลอดเส้นทาง

 “ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมหลอกผู้ประกอบการมาตลอด ครั้งแรกแจ้งว่าจะปรับค่าโดยสารให้หลังสงกรานต์ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า หากการประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ไม่มีการอนุมัติปรับขึ้นค่าโดยสาร เราจะหยุดให้บริการแน่นอน” นายฉัตรชัยกล่าว

แบงก์ขึ้นค่าครองชีพ

 ดร.สุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการธนาคารมีมติเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้แก่พนักงานธนาคารทุกระดับคนละ 1,200 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป โดยแยกออกจากเงินเดือนที่พนักงานได้รับ เพื่อช่วยลดภาระพนักงานในช่วงที่ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นขวัญและกำลังใจของพนักงาน หลังช่วงที่ธนาคารมีการเพิ่มทุน การปรับขึ้นค่าครองชีพดังกล่าวทำให้ต้นทุนด้านพนักงานของธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านบาทต่อเดือน

 แหล่งข่าวจากธนาคารธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารมีการปรับขึ้นค่าครองชีพให้พนักงานอีก 1,000 บาท จากเดิมที่ให้ค่าครองชีพแยกออกจากเงินเดือนอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือน รวมเป็น 2,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป

 ในส่วนของธนาคารกรุงเทพ แจ้งว่า ธนาคารจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษเฉพาะกาลให้แก่พนักงานในอัตราคนละ 1 เท่าของเงินเดือน ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2551 แต่จากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นสูงมากจากราคาน้ำมัน กระทบต่อการดำรงชีพของพนักงาน ฝ่ายจัดการธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือพนักงานตั้งแต่ชั้นวิสามัญจนถึงชั้นพิเศษ โดยปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือพิเศษรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนให้แก่พนักงานอีกคนละ 1,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป

 นางองค์อร อาภากร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นค่าครองชีพให้พนักงานอีก 500 บาท ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา และเดือนมิถุนายน ธนาคารได้ปรับเพิ่มขึ้นค่าครองชีพให้พนักงานอีกคนละ 600 บาท โดยเป็นการปรับให้พนักงานทุกระดับ และพิจารณาตามแนวโน้มของอุตสาหกรรม หลังจากแนวโน้มค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ซึ่งการปรับขึ้นดังกล่าวธนาคารมีการประเมินตัวเลขต้นทุนและผลประกอบการไว้แล้ว

 ด้าน ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นค่าครองชีพให้แก่พนักงาน 900 บาทต่อคนต่อเดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยจะรวมเข้าไปกับฐานเงินเดือนที่พนักงานได้รับ ซึ่งเป็นการเพิ่มให้พนักงานทุกระดับ ตามแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้าและราคาน้ำมัน  ทั้งนี้ ไม่รวมกับการปรับขึ้นเงินเดือนตามปกติของธนาคาร โดยค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจะเป็นฐานเงินเดือนสำหรับการพิจารณาเงินเดือนและโบนัสของพนักงานต่อไป

 นางสุมนา วงษ์กะพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานทรัพยากรบุคคลและองค์กร ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารมีการปรับขึ้นค่าครองชีพให้พนักงานธนาคารตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 โดยพิจารณาปรับขึ้นเฉลี่ยคนละ 4% ของฐานเงินเดือนพนักงาน เน้นที่พนักงานที่มีรายได้น้อยก่อน หรือสูงสุดที่ 1,800 บาท โดยเป็นการปรับขึ้นกรณีพิเศษจากการปรับขึ้นเงินเดือนในช่วงปกติจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

 ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทปูนซิเมนต์ไทย เปิดเผยว่า บริษัทปูนซิเมนต์ไทยก็จ่ายเงินเพิ่มให้แก่พนักงาน 600 บาทต่อเดือน เป็นการปรับขึ้นค่าครองชีพ

ไฟฟ้าจ่อลดค่าเอฟที

 พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่เดือนมิถุนายน-กันยายนจะลดลง เบื้องต้นพบว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าลดลง 10.7 สตางค์ต่อหน่วย จากการที่การไฟฟ้าทั้งสามแห่งมีเงินลงทุนในปี 2549-2550 ต่ำกว่าแผนงาน ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีขึ้น

 "จากที่ 3 การไฟฟ้าลงทุนต่ำกว่าแผน และ กฟผ.ปรับประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้สามารถนำมาลดต้นทุนค่าเอฟทีงวดใหม่ได้ถึง 10.7 สตางค์ต่อหน่วย แต่ค่าเอฟทีงวดใหม่จะลดลงได้เท่านี้หรือไม่ ต้องรอพิจารณาถึงค่าเชื้อเพลิง ที่จะทราบชัดเจนต้นเดือนหน้า" รมว.พลังงานกล่าว

 ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าและค่าบริการจะพิจารณาปรับค่าเอฟทีทุก 4 เดือนตามต้นทุนเชื้อเพลิง โดยงวดล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม อยู่ที่ระดับ 68.86 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานอีก 2.25 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บในงวดดังกล่าวอยู่ที่ 2.93 บาทต่อหน่วย ขณะที่คณะอนุกรรมการกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าฯ จะพิจารณาค่าเอฟทีอีกครั้งในเดือนมิถุนายน

 รมว.พลังงานกล่าวว่า ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากการใช้น้ำมันทดแทนก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในพม่า ที่มีปัญหาในการจ่ายก๊าซเมื่อต้นเดือนเมษายน และความล่าช้าการส่งก๊าซจากแหล่งอาทิตย์ในอ่าวไทยนั้น จะไม่ผลักภาระให้ประชาชน

 นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการกำกับดูแลค่าไฟฟ้าฯ กล่าวว่า การลดค่าเอฟทีงวดใหม่จะลดลงได้ถึงระดับ 10.7 สตางค์ต่อหน่วย หรือไม่ต้องพิจารณาถึงค่าเชื้อเพลิง ซึ่งมาจากก๊าซเป็นหลัก ขณะที่ราคาก๊าซจะผันแปรตามราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินด้วย ส่วนความคืบหน้าในการปรับสูตรค่าไฟฟ้าฐาน ที่จะมีการพิจารณาทุก 3 ปี ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานได้จ้างบริษัทที่ปรึกษามาพิจารณาใหม่ หลังจากสูตรเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นการพิจารณาจากกรณี กฟผ.เตรียมตัวแปรรูปและกระจายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มีการนำเรื่องผลตอบแทนเงินลงทุน (อาร์โอไอซี) มาพิจารณาด้วย ทำให้อาร์โอไอซีของ กฟผ.อยู่ที่ 8.39% ซึ่งสูงกว่า 2 การไฟฟ้าที่อยู่ระดับ 4.8%