|
WWW.KOMCHADLUEK.NET "ทักษิณ"ทาบ"บิ๊กจิ๋ว"นั่งนายกฯ"สมัคร"ปรับ ครม.3เก้าอี้ ![]() "ทักษิณ" ดอดถก "บิ๊กจิ๋ว" ทาบนั่งนายกฯ ปิดช่องปฏิวัติ-สยบรอยร้าวใน พปช. ด้าน "บิ๊กจิ๋ว" ห่วงปาก รมต.ท้าทายให้เกิดความรุนแรง ย้ำยังมีขบวนการสาธารณรัฐ ชี้หากปฏิวัติได้ก็ดี บ้านเมืองจะได้ดีขึ้น "หมัก" ป้อง "จักรภพ" เชื่อถูกกาหัวเพราะไปเหยียบหางคนอื่น โยนแปลเอกสารมั่ว ปูดปรับ ครม. 3 เก้าอี้ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ ภริยา มาทำบุญเลี้ยงพระเพล ที่วัดพระยายัง ย่านอุรุพงษ์ กทม. เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด 76 ปี ของ พล.อ.ชวลิต โดยมีคนใกล้ชิดมาร่วมอวยพร อาทิ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีต รมช.กลาโหม นายฉัตรชัย เอียสกุล อดีต รมว.แรงงาน รวมถึงนักการเมือง นักธุรกิจ และประชาชน นอกจากนี้ มีรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าอวยพร พล.อ.ชวลิต ที่บ้านพักซอยปิ่นประภาคม ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ก่อนที่คณะของ พล.อ.ชวลิตจะเดินทางมาทำบุญที่วัดพระยายัง โดยมีรายงานว่า การพบกันครั้งนี้มีการพูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองที่หลายฝ่ายพยายามยั่วยุให้เกิดการปฏิวัติ โดยมีการหารือกันสองต่อสองนานกว่า 1 ชั่วโมง การเข้าอวยพรของ พ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าจะมีการผลักดัน พล.อ.ชวลิตขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แทนนายสมัคร สุนทรเวช ทั้งนี้ เมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พล.อ.ชวลิตก็นัดพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีรายงานอีกว่า การหารือครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณขอร้อง พล.อ.ชวลิตให้มาช่วยดูแลพรรคพลังประชาชน เนื่องจากพรรคแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ขั้วหนึ่งให้การสนับสนุนนายสมัคร ส่วนอีกขั้วหนึ่งพยายามต่อต้านนายสมัคร ทำให้เกิดปัญหาแตกแยก พ.ต.ท.ทักษิณจึงอยากให้ พล.อ.ชวลิตเข้ามาช่วยดูแล เพราะเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่และมีบารมีพอจะสามารถควบคุมสมาชิกพรรคได้ การจะปรับเปลี่ยนนายสมัครโดยไม่มีเหตุผลก็อาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องจับตาดูว่าคดีความที่นายสมัครตกเป็นจำเลยจะเป็นไปอย่างไร จะมีผลต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายสมัครและกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญว่าจะแก้ไขอย่างไร เอาเพียงแค่บางมาตรา เพื่อรองรับผู้นำรัฐบาลหรือจะแก้ไขทั้งหมด จากนั้นก็ยุบสภาเลือกตั้งภายใต้กฎกติกาใหม่ อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้ พล.อ.ชวลิตขึ้นมาช่วงนี้ มีอุปสรรคเนื่องจากติดรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่ระบุว่า ผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น นั่นหมายถึงหาก พล.อ.ชวลิตจะก้าวขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ต้องได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.เสียก่อน นอกจากนี้ การพูดคุยกัน พล.อ.ชวลิตยังแสดงความเป็นห่วงรัฐมนตรีบางคนที่แสดงท่าทีและทัศนคติท้าทายการเกิดเหตุรุนแรงและความแตกแยกกันในบ้านเมืองอีกด้วย ก่อนหน้านี้ พล.อ.ชวลิตเคยออกมาพูดว่ามีขบวนการจ้องล้มปืน ล้มทุน และล้มเจ้า ที่จะทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างคนในชาติ และล่าสุด พล.อ.ชวลิตยังเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ระบุว่า ขบวนการที่จ้องล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้านั้น เป็นกลุ่มเดียวกับผู้ที่ปลุกปั่นคอมมิวนิสต์ในอดีต แต่ปัจจุบันคนเหล่านี้แฝงตัวในคราบนักวิชาการ นักการเมือง คอยเคลื่อนไหวตามจุดประสงค์เดิมที่เคยทำไม่สำเร็จมาแล้ว ย้ำมีคนจ้องเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ พล.อ.ชวลิตให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หลังทำบุญวันเกิดถึงสถานการณ์วุ่นวายของบ้านเมือง โดยเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ว่า ไม่เป็นไร ให้ยุ่งในนั้นดีแล้ว อย่าไปยุ่งที่อื่น ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะการเมืองต้องมีเรื่องความขัดแย้งกัน หรือมีการต่อว่าต่อขานกันบ้าง อย่าถือเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ใช่จะต้องไปทุ่มเทให้ความสำคัญจนลืมปัญหาของประเทศชาติและลืมประชาชน ควรเน้นหนักความเป็นอยู่ของประชาชนก่อน พล.อ.ชวลิตยังกล่าวถึงการพยายามดึงสถาบันมาใช้เป็นเกมการเมืองว่า สถาบันของเราเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นชาติ ฉะนั้นบางทีลูกหลานอาจจะไม่เข้าใจ เราอยู่มาเป็นพันปี จะต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์ จะเป็นอื่นไม่ได้ คนไทยรู้ดี ซึ่งนั้นเราไม่ต้องห่วงหรอก อาจจะมีการดึงมาบ้าง หรือเข้าใจผิดกันบ้าง ความคิดแบบสาธารณรัฐอาจจะมีบ้าง แต่ถือว่าน้อยมาก คงจะมาล้มล้างความเป็นไทยของเรา สัญลักษณ์แห่งชาติของเรา ความเป็นเอกภาพของชาติเรา คงทำไม่ได้หรอก ดังนั้นอย่าไปหวั่นไหวอะไร ยืนให้มั่นคง ต่อข้อถามว่า ถ้าคนที่มีแนวคิดนี้และอยู่ในระดับผู้นำของประเทศ หรือเป็นผู้ที่สามารถผลักดันนโยบาย น่าเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า คงไม่มีอย่างนั้น อาจจะมีการผิดพลาดพลั้งเผลอไปบ้าง ก็ต้องว่ากัน พูดจริงพูดเล่น หรือเข้าใจหรือเปล่า ที่พูดอย่างนี้ ถ้าเขาบอกขอโทษด้วย ไม่ใช่จริงๆ ไปกราบพระบาท หรือออกมาพูดว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริง สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เหนือหัวเราอยู่แล้ว เป็นสถาบันของเรา ถ้าเราทำความเข้าใจอย่างนั้นคงไม่มีอะไร เพราะรู้ว่าคนไหนจะดื้อรั้น หรือมีความคิดอย่างนั้น มองก็รู้แล้วสบายใจได้เรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรถึงกระแสข่าวการปฏิวัติ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า "ใครจะปฏิวัติอีกล่ะลูก มันไม่ไหวแล้วนะ บอกหลายทีแล้ว มันไม่ใช่เป็นการปฏิวัติ แต่มันเป็นการยึดอำนาจ ยึดอำนาจไม่ใช่ปฏิวัติ ปฏิวัติก็ดีสิ มันจะได้เปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้นเสียที" ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การจัดงานวัดเกิดในปีนี้ พล.อ.ชวลิตได้แจกพระพิฆเนศ และหนังสือ แนวทางประเทศไทย ยุทธศาสตร์ ยุทธวิถี การต่อสู้เอาชนะภัยความมั่นคงของชาติ มีนายไชยยงค์ รัตนวัน เป็นบรรณาธิการ ผู้เขียนและผู้เรียบเรียง โดยมีคณะที่ปรึกษา อาทิ พระพรหมวชิรญาณ พระราชปัญญาเมธี พระมหาบุญถึง ศ.รังสรรค์ แสงสุข นายชิงชัย มงคลธรรม เป็นต้น "สมัคร"ปูดปรับ 3 เก้าอี้-ป้องจักรภพ ด้านนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการปรับ ครม.ว่า เรื่องนี้จะต้องแก้ทีละท่อน เพราะนายสุธา ชันแสง อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลาออก ดังนั้นหากจะปรับ ครม.เพียงตำแหน่งของนายสุธาตำแหน่งเดียวก็คงลำบาก แล้วอีก 2 คน คือ นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข และนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์ ที่ประกาศจะสู้คดีในชั้นศาลให้ถึงที่สุด หากใช้เวลานานเกินไปคงต้องปรับเพียงตำแหน่งเดียว แต่ถ้าใช้เวลาไม่นานก็จะเปลี่ยนทั้ง 3 ตำแหน่งพร้อมกัน หากรัฐมนตรีอีก 2 คนจะถอยไป แต่ตนไม่ได้พูดจาคาดคั้นอะไร ในเมื่ออยากสู้ถึงชั้นศาลก็เป็นสิทธิ นายสมัครกล่าวว่า ขณะนี้มีคนพยายามจะเล่นงานนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักรัฐมนตรี จึงขอชี้แจงว่า ที่นายจักรภพถูกแจ้งความดำเนินคดีนั้น ตำรวจที่ดำเนินคดีจะต้องดำเนินคดีต่อไป เอาเอกสารที่นายจักรภพพูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศมาให้ผู้เชี่ยวชาญแปล และตรวจสอบจากนั้นส่งไปถึงอัยการ เพื่อให้ศาลตัดสิน ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลต้องมีสิทธิตั้งข้อสังเกตให้เห็นว่า นายจักรภพเป็นคนที่มีบทบาท เป็น นปก.สมัยหนึ่งที่ออกไปตระเวนเย้วๆ ก็เลยถูกกากบาทหัวไว้ การแปลมันแย่ ขนาดคำว่า โนเบิล ซึ่งแปลว่าบุคคลชั้นสูง อย่างคำว่าข้าราชการชั้นสูงก็เป็นโนเบิลแมน แต่กลับไปแปลว่า ราชนิกุล ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย เรื่องนี้ผมตั้งข้อสังเกตว่าถ้าคุณจักรภพยอมเป็นจำเลยอยู่ในศาลที่ไปบุกรุกหน้าบ้านเขาก็คงอยู่แค่นั้น คงไม่เป็นอะไร คุณจักรภพก็คงขึ้นศาลไป แต่เกิดมาเป็นรัฐมนตรีและมาสั่งการเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนก็เริ่มถูกวิพากษ์วิจารณ์ คงไปกระทบอะไรใครเข้าก็เลยมีการไปแจ้งความ เอาเรื่องที่พูดไว้ก่อนการเลือกตั้งมาเป็นประเด็น สังเกตได้ว่า ถ้านายจักรภพไม่ไปแตะ หรือเหยียบหางใครเข้า ก็คงไม่เดือดร้อน เหมือนกับผม หากไม่ไปออกรายการพูดจาพาดพิงเหมือนปกป้องนายกฯ ทักษิณ ก็คงไม่ไปโดน นายสมัครกล่าว นายสมัครยังกล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐมนตรีในรัฐบาลไม่มีความจงรักภักดีจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรว่า โอ๊ย...อย่างนี้จะเอาอะไรมาพิสูจน์ มีปรอทยัดใส่ไว้หรือไม่ เจอปุ๊บเอาปรอทวัดปั๊บว่าไม่จงรักภักดีอย่างนั้นหรือ มันใช้กันจนพร่ำเพรื่อ มีคนบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องอันตรายสำหรับบ้านเมืองไทยว่าคนไม่จงรักภักดี เสร็จและตายทั้งเป็นไปคนหนึ่งแล้ว แต่บังเอิญฆ่าไม่ตายขายไม่ขาด ยังกลับมามีชีวิตอยู่ได้ ก็เลยจะเอาให้ตายอีกหน จำไว้เลยว่า ไอ้คำว่าไม่จงรักภักดี ถ้าไปโดนกับใครเข้าจะเป็นอย่างไร วันหนึ่งเกิดเป็นคนสำคัญขึ้นมาแล้วโดนชี้หน้าอย่างนี้จะรู้สึกอย่างไร ผมสู้เรื่องนี้ยิบตา มันเผากันแม้กระทั่งที่ผมไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อกราบบังคมทูลถวายรายงานราชการครบ 3 เดือน ยังปล่อยข่าวกันทั่วเมืองว่า โปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ เพื่อให้ผมลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชาชน บ้ากันขนาดนี้แล้ว กลางคืนที่ไปเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ไปกันหรือเปล่า เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ไปกันสักคน แต่ก็ออกข่าวว่าเข้าไปกันจนถึงตีหนึ่งยังไม่ออกมา ถามว่าอย่างนี้มันคืออะไร" "จักรภพ"เผยแปลเอกสารเสร็จสัปดาห์หน้า นายจักรภพชี้แจงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เมื่อครั้งไปบรรยายแก่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อเดือนกันยายน 2550 ว่า คำบรรยายของตนที่เป็นข่าวในขณะนี้ หลายคนนำเรื่องนี้มาพูดคล้ายกับว่า เพิ่งจะไปบรรยายเมื่อตอนเป็นรัฐมนตรีแล้ว แต่ความจริงเรื่องนี้บรรยายมาปีกว่าแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ต่อสู้กับฝ่ายเผด็จการที่ท้องสนามหลวง สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศเชิญไป เพราะอยากรู้ว่าคนที่ร่วมต่อสู้กับประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคิดอย่างไรเกี่ยวกับสังคมไทย เลยไปวิเคราะห์เกี่ยวกับระบบอุปถัมภ์เรื่องของสังคม ขอย้ำอีกทีว่า เรื่องที่ไปบรรยายนี้ไม่ได้มีเจตนา หรือเกี่ยวข้องกับสถาบันระดับสูงเลย เป็นเรื่องการวิเคราะห์ทางสังคม เป็นการพูดมาปีกว่าแล้ว เป็นของเก่าที่มีคนนำกลับมาทำใหม่ ตรงนี้ผมนึกขึ้นได้ เพราะญาติมิตรหลายคนถามมาว่า เป็นรัฐมนตรีแล้วทำไมไปบรรยายอะไร เลยบอกว่าเปล่า เรื่องนี้เป็นของเก่าปีเศษมาแล้ว พูดในอีกบรรยากาศหนึ่งด้วย เมื่อเรามาเป็นแล้ว การพูดการจาต้องต่างกันไป ความคิดต่างๆ อาจไม่เปลี่ยนแปลง แต่ท่าทีจะต้องเป็นไปเพื่อความสมานฉันท์ เป็นไปเพื่อความราบรื่นในการทำงานของบ้านเมือง ฉะนั้น เรื่องนี้อยากขอเรียนผ่านพี่น้องสื่อมวลชนไว้ให้เข้าใจตรงนี้ เดี๋ยวจะนึกไปว่าทำไมมาทำหน้าที่นี้แล้วยังไปพูดจาอะไรแบบนั้น ขอให้รู้ว่าเป็นบรรยากาศอีกอย่างหนึ่ง และเป็นเวลาปีกว่าแล้วที่ไปพูด นายจักรภพกล่าว นายจักรภพกล่าวต่อว่า เมื่อมีข่าวคราวว่าประชาธิปไตยอาจจะไม่ปลอดภัย ก็ต้องมาบอกข่าวกันไว้ก่อน หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่กองทัพว่าไม่มีใครคิดอย่างนี้ อย่าลืมว่าที่มานั่งพูดถึงความเคลื่อนไหวทางทหาร เพราะเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 19 กันยายน 2549 เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วคนก็เข้าใจว่าอาจจะเกิดขึ้นอีก ตรงนี้เป็นความเข้าใจที่ไม่ดีต่อบ้านเมือง ฉะนั้น เมื่อมีความเคลื่อนไหวขึ้นมา แล้วมีคนชี้เรื่องนี้ ต้องถามกลับไปว่า แล้วอะไรที่คนเชื่อว่าจะมีได้ คำตอบ คือ เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง ผมเองหวังใจว่า ผู้นำกองทัพ โดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.นั้น ท่านเข้าใจปัญหาบ้านเมืองอย่างลึกซึ้ง และมีความยับยั้งชั่งใจในการให้ความเห็นตลอดมา ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดี เป็นแนวโน้มที่ชี้ว่า การที่รัฐบาลกับผู้นำกองทัพร่วมกันเพื่อจะบอกว่าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ไม่มีแนวทางอื่น ครรลองอื่น นายจักรภพกล่าว เมื่อถามว่า เคยบอกว่าจะแปลเอกสารมาแสดงต่อสาธารณชน นายจักรภพกล่าวว่า ยังแปลอยู่ ที่ช้าเพราะแปลเอง และอยากให้เกิดความพิถีพิถัน ต้องการให้ถูกต้องตามเจตนาของผู้พูดจริงๆ และที่พูดเมื่อปีที่แล้วไม่ได้มีบทพูด เป็นการพูดสด จึงต้องมีการนำเทปมาถอดเป็นตัวอักษร และนำตัวอักษรมาแปลอีกครั้ง เลยใช้เวลานาน เรื่องนี้จะต้องทำให้ได้ ไม่มีแผนเลิกแปลเป็นอันขาด ประมาณต้นสัปดาห์หน้าคงเสร็จ เมื่อถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้อาจจะมีการตัดตอน โดยเฉพาะตัวนายจักรภพเอง นายจักรภพกล่าวว่า เราเป็นประเภทตอนอยู่แล้ว ก็คือ มาเร็วหน่อย มีคนไปชำที่อื่นแล้วก็มา เพราะฉะนั้น มันจะค่อยๆ รู้สภาพตัวเอง ปชป.ยื่นนายกฯจัดการ"จักรภพ"ศุกร์นี้ นายศิริโชค โสภา โฆษก ครม.เงา กล่าวภายหลังการประชุม ครม.เงาถึงประเด็นการยื่นถอดถอนนายจักรภพ ว่า จะยื่นเอกสารที่แปลจากคำปาฐกถาของนายจักรภพ ที่ไปบรรยายที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศให้นายสมัครได้ใน 1-2 วันนี้ ซึ่งพรรคจะพยายามทำให้เงียบที่สุด เพราะไม่อยากให้มองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง ไม่อยากให้ลุกลามไปมากกว่านี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และขอยืนยันว่า การแปลเอกสารพยายามแปลอย่างเป็นกลางที่สุด ไม่มีอคติ หรือบิดเบือน ส่วนที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชนระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์พยายามจะฆ่านายจักรภพเหมือน นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสเคยโดน จนต้องหนีและไปตายที่ประเทศฝรั่งเศส นายศิริโชคกล่าวว่า นายจตุพรคงประเมินนายจักรภพสูงไป นายจักรภพกับนายปรีดีเป็นบุคคลที่เปรียบเทียบกันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถ ประสบการณ์ นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า คิดว่านายจักรภพไม่สามารถที่จะเทียบกับนายปรีดีได้ เพราะนายปรีดีเป็นรัฐบุรุษ เป็นผู้ปกป้องระบอบประชาธิปไตย แต่นายจักรภพเป็น "โอตภัยบุรุษ" เป็นเพียงผู้ปกป้องระบอบทักษิณ ภาคประชาชนยื่นถอด"ไชยา"แล้ว ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนถอดถอน นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะ ได้เข้ายื่นรายชื่อประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 23,967 ชื่อ ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการถอดถอนนายไชยาออกจากตำแหน่ง ด้านนายประสพสุขกล่าวว่า คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบรายชื่อประมาณ 15 วัน จากนั้นจะจัดทำบัญชีรายชื่อด้วยระบบดิจิทัลเพื่อส่งข้อมูลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักทะเบียนราษฎร ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง ก่อนจะส่งเรื่องต่อไปให้ ป.ป.ช.พิจารณา เบื้องต้นคาดว่าวุฒิสภาจะสามารถส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.พิจารณาได้ภายในกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 30 วัน "นพดล"ปัดนำแผ่นดินไทยแลกน้ำมันเขมร เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากระทู้ถามสด โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ว่า ขณะนี้ประเทศไทยและประเทศกัมพูชากำลังมีปัญหา 2 เรื่อง คือ เรื่องเขาพระวิหาร และการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนกันทางทะเล ซึ่งเรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง จะให้นายทุนมาชี้ขาดไม่ได้ เพราะมีผลประโยชน์มหาศาล กระทรวงการต่างประเทศมีการดำเนินการแก้ไขอย่างไร และจะมีการนำ 2 เรื่องนี้มาผนวกกันหรือไม่ ด้านนายนพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศชี้แจงว่า ข่าวที่ออกมาว่ารัฐบาลเอาพื้นที่ไปแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินั้น ไม่มีใครคิดเอาตารางแม้แต่นิดเดียวไปแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ของชาติ ไม่มีใครยื่นหมูยื่นแมวแลกเปลี่ยนกันได้ และประเทศไทยต้องอ้างสิทธิพื้นที่ทับซ้อนให้ได้ก่อนที่จะมีการยื่นจดทะเบียนเป็นมรดกโลก ตนจะดูแลอย่างดีที่สุด ไม่ให้เสียแผ่นดินไทยไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว นายนพดลยังให้สัมภาษณ์ถึงรายงานที่ว่า พล.อ.เตีย บัน รมว.กลาโหมของกัมพูชา ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เตรียมลงทุนทั้งธุรกิจกาสิโนและพลังงานในเกาะกงของกัมพูชา ว่า ไม่มีข้อมูลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปลงทุนหรือไม่ และไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปที่นั่นหรือยัง คงต้องไปถาม นายพงศ์เทพ เทพการญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เท่าที่ทราบ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีโครงการอะไร เนื่องจากเงินถูกอายัดไว้กว่า 6 หมื่นล้าน โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง"ชัย"เป็นปธ.สภา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2551 เลือก นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงแต่งตั้งให้ นายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามความในมาตรา 124 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2551 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางโฉมศรี อารยะศิริ รองเลขาธิการ ครม. เป็นผู้เชิญพระบรมราชโองการมายังรัฐสภา ซึ่งมีสมาชิกพรรคพลังประชาชนมาร่วมรับพระบรมราชโองการเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรี และ ส.ส.จากภาคอีสาน โดยระหว่างที่นายชัยกำลังจะคุกเข่าเพื่อรับพระบรมราชโองการนั้น เกิดเซจนเกือบคะมำ และหลังเสร็จสิ้นพิธี นายชัยจะลุก แต่ลุกไม่ขึ้น พยายามจะลุกให้ได้จึงทำให้เซถลาไปข้างหน้า จนนายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ที่มาร่วมในพิธีด้วยต้องรีบเข้าไปพยุงให้ยืนขึ้น ทั้งนี้ นายชัยถือเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 24 และเป็นประธานรัฐสภาคนที่ 28 สภาวุ่น"ชัย"โชว์ออฟนั่งบัลลังก์ ปธ.สภา กระทั่งเวลา 16.00 น. นายชัยได้ขึ้นทำหน้าที่ประธานสภา โดยสวมชุดเครื่องแบบขาวขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ภายหลังจากได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยนายชัยกล่าวว่า ขอให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง เป็นธรรม เพื่อให้สถาบันแห่งนี้เป็นที่ยอมรับ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากสมาชิกรัฐสภา หลังจากนั้นได้ขอตัวไปร่วมงานศพทันที นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า เหตุใดยังไม่มีการอ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภา ก็ปล่อยให้คนใส่ชุดขาวมานั่งได้ ทำไมไม่รอให้ญัตตินี้จบก่อน แล้วค่อยอ่านพระบรมราชโองการ แบบนี้ไม่มีเกียรติ เมื่อมีการอ่านพระบรมราชโองการแล้ว เลขาธิการสภาต้องเป็นคนเชิญประธานขึ้นทำหน้าที่ แล้วตรงนี้จะรับผิดชอบอย่างไร "อยู่ๆ ทำแบบนี้ทำไม นายชัยได้เป็นประธานแน่ ทำแบบนี้ไม่มีเกียรติ เลอะเทอะ แบบนี้ไม่เคยเจอธรรมเนียมสภา ไม่เคยมี ต้องมีการอ่านพระบรมราชโองการก่อนถึงจะมีการเชิญขึ้นบัลลังก์" นายนิพิฏฐ์กล่าว
|