|
WWW.KOMCHADLUEK.NET "ผีแดง"ถล่มวีแกน2-0แชมป์ผู้ดีหน10เชลซีเชลซีแค่เจ๊า ![]() "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด พิชิต "ลาติกส์" วีแกน 2-0 ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ เป็นสมัยที่ 10 ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี หมดหวังโดน "ทรอตเตอร์" โบลตัน ตีเสมอ 1-1 แถมสังเวย จอห์น เทอร์รี บาดเจ็บ ด้าน ฟูแล่ม ได้ประตูโทนจาก แดนนี เมอร์ฟี เอาชนะ ปอร์ทสมัธ 1-0 รอดตายหวุดหวิด ส่ง เรดดิ้ง กับ เบอร์มิงแฮม ตาม ดาร์บี้ ตกชั้น ศึกลูกหนังพรีเมียร์ชิพ นัดปิดฤดูกาล 2007-2008 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นเกมชี้ชะตาแชมป์ และทีมตกชั้น โดยลงเตะครบทั้ง 10 คู่ ที่สนามเจเจบี สเตเดี้ยม "ลาติกส์" วีแกน เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง ที่ต้องการชัยชนะจะคว้าแชมป์ทันที โดยไม่ต้องสนใจผลของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี รองจ่าฝูง ที่เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบกับ "ทรอตเตอร์" โบลตัน เนื่องจาก ปีศาจแดง มีประตูได้เสียดีกว่า 17 ประตู เกมที่เจเจบี สเตเดี้ยม แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามครบครันทั้ง คริสเตียโน โรนัลโด้, เวย์น รูนีย์ และ คาร์ลอส เตเบซ ขณะที่เจ้าถิ่นใช้ มาร์คัส เบนท์ กับ เอมิล เฮสกีย์ เป็นคู่หัวหอก ช่วงแรกเกมของเจ้าถิ่นดูวูบวาบกว่า แต่หาโอกาสเจาะเข้าทำไม่ได้ นาที 23 เจสัน คูมาส ได้จังหวะซัดไปติดแขน ริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังทีมเยือน แต่กรรมการไม่เป่าเป็นจุดโทษ จนกระทั่งนาที 33 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูนำ 1-0 จากลูกที่ เอเมอร์สัน บอยส์ ไปขวาง เวย์น รูนีย์ ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ สังหารจุดโทษเข้าไป จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0 หากรักษาสกอร์เอาไว้ได้จะครองแชมป์ทันที ขณะที่ เชลซี ก็ขนนักเตะชุดใหญ่ลงสนามเช่นกัน ทั้ง มิชาเอล บัลลัค, แฟรงค์ แลมพาร์ด, โจ โคล โดยมี ดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นหัวหอกเดี่ยว ส่วนทีมเยือนมี เอล ฮัดจิ ดิยุฟ เป็นกองหน้า เริ่มเกม เชลซี เป็นฝ่ายเดินเกมบุกได้ดีกว่า จนโบลตัน ต้องใช้เกมหนักตัดฟาวล์หลายหน แม้ว่า เชลซี จะมีโอกาสจากโจ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ด และมิกกาแอล เอสเซียง แต่ไม่เป็นประตู หมดครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ครึ่งหลังที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี เปิดเกมรุกอย่างหนัก ก่อนจะมาได้ประตูนำ 1-0 ในนาที 62 เมื่อ แฟรงค์ แลมพาร์ด เปิดบอลให้ อังเดร เชฟเชนโก้ ซัดจากระยะ 6 หลาเข้าประตูไป แต่อีก 3 นาทีต่อมา ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอจากลูกยิงของ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ แต่ ปีเตอร์ เช็ก นายทวารเชลซีเซฟไว้ได้ อย่างไรก็ตามโอกาสการเป็นแชมป์ของเชลซีแทบจะหมดลงอย่างสิ้นเชิง ในนาที 80 ที่สนามเจเจบี สเตเดี้ยม เวย์น รูนีย์ ได้จังหวะจ่ายให้ ไรอัน กิ๊กส์ ที่ยืนโล่งอยู่ระหว่างคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของวีแกน ก่อนพลิกตัวยิงบอลผ่านมือ คริส เคิร์กแลนด์ เข้าประตูได้อย่างง่ายดาย แมนฯ ยูไนเต็ดนำ 2-0 หมดเวลา แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0 ขณะที่ เชลซี เสมอ โบลตัน 1-1 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไปได้ สำหรับการคว้าแชมป์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นสมัยที่ 17 หลังจากเคยคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่เมื่อปี 1908 จากนั้นก็มาได้ในปี 1911, 1952, 1956, 1957, 1965, 1967, 1993, 1994, 1996, 1997, 1999, 2000, 2001, 2003 และ 2007 และแชมป์พรีเมียร์ชิพในปีนี้ยังเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 10 ภายใต้การทำทีมของ เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ส่วนสถิติการคว้าแชมป์ในนัดสุดท้ายของฤดูกาลนั้นจัดว่าเป็นครั้งที่ 3 ที่ทำได้โดยเคยทำเอาไว้ในปี 1996 และ 1999 แต่ก่อนหน้านั้น 2 ครั้งในปี 1968 และ 1999 ที่ลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้ายนั้นพลาดไป สำหรับกลุ่มทีมลุ้นหนีตกชั้น ได้แก่ ฟูแล่ม 33 แต้ม, เรดดิ้ง 33 แต้ม และ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 32 แต้ม ไม่ว่าอย่างไรทุกทีมจำเป็นต้องได้ผลชนะก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยไปลุ้นสนามอื่น เพราะจะมีเพียงทีมเดียวเท่านั้นที่รอด อาทิ ฟูแล่ม แม้ก่อนเกมจะอยู่อันดับ 17 พื้นที่สุดท้ายก่อนถูกลดชั้น ทว่าหากจบเกมไม่ชนะ แล้วอีกสองทีมชนะ ลูกทีมของ รอย ฮอดจ์สัน จะตกชั้นทันที และเมื่อเริ่มเกม เรดดิ้ง ที่ออกไปเยือนถิ่นไพรด์ ปาร์ค ของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ทีมอันดับ 20 ซึ่งตกชั้นไปแล้ว ชิงความได้เปรียบทันที ด้วยการขึ้นนำ 1-0 จาก เจมส์ ฮาร์เปอร์ นาที 15 และหากจบเกมขณะนี้ "เดอะ รอยัล" จะรอดตกชั้นทันที ต่อมาอีกสนาม เบอร์มิงแฮม ขึ้นนำ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-0 ในถิ่นเซนต์ แอนดรูว์ส ของตัวเอง จาก เดวิด เมอร์ฟี นาที 31 ทว่ายังไม่ดีพอสำหรับการรอดตกชั้น เพราะ "ตราลูกโลก" นอกจากต้องชนะแล้ว ต้องลุ้นให้ เรดดิ้ง แพ้หรือเสมอ อีกด้วย ส่วน ฟูแล่ม อาการหนักสุด เมื่อจบครึ่งแรก ยังออกไปทำได้แค่เสมอ ปอร์ทสมัธ 0-0 ที่แฟรตตัน ปาร์ค ทว่าเริ่มครึ่งหลัง เบอร์มิงแฮม กลับถูก "กุหลาบไฟ" ไล่ตีเสมอ 1-1 อย่างรวดเร็วจาก มอร์เตน กัมส์ พีเดอร์เซน นาที 49 ดังนั้นหากจบด้วยสกอร์นี้ เบอร์มิงแฮม กับ ฟูแล่ม จะตกชั้นตาม "แกะเขาเหล็ก" เนื่องจาก เรดดิ้ง บวกสกอร์เพิ่มเป็น 3-0 แล้วจาก เดฟ คิตสัน นาที 61 และ เควิน ดอยล์ นาที 69 อย่างไรก็ตาม เบอร์มิงแฮม ยังไม่ยอมแพ้ ออกนำ แบล็คเบิร์น เป็น 2-1 อีกครั้งจาก คาเมรอน เฌอโรม นาที 73 แต่สถานการณ์พลิกผันอีกครั้ง เมื่อ ฟูแล่ม บุกนำ "ปอมปีย์" 1-0 จาก แดนนี เมอร์ฟี นาที 76 ส่งผลให้ขณะนี้ ฟูแล่ม จะกลายเป็นทีมที่รอดตกชั้น เพราะเมื่อจบเกมแม้ ฟูแล่ม กับ เรดดิ้ง จะมี 36 แต้มเท่ากัน ทว่าผลต่างประตูได้เสีย ฟูแล่ม ดีกว่า 4 ประตู แม้ "ตราลูกโลก" จะเล่นด้วยสปิริต นำห่างเป็น 4-1 นาที 89 จากประตูที่สองของ เฌอโรม ในเกมนี้ และ ฟาบริซ มูอัมบา นาที 90 ขณะที่ เรดดิ้ง ก็บวกได้อีกหนึ่งประตูเป็น 4-0 จาก เลอรอย ลิต้า นาที 90 จบเกมทั้ง 3 สนาม ฟูแล่ม ชนะ 1-0 รอดตกชั้น ส่วน เบอร์มิงแฮม ชนะ 4-1 และ เรดดิ้ง ชนะ 4-0 แต่ดีไม่พอ ฤดูกาลหน้าต้องลงไปเล่นในลีก แชมเปี้ยนชิพ สำหรับผลคู่อื่น เอฟเวอร์ตัน ชนะ นิวคาสเซิล 3-1, มิดเดิลสโบรช์ ถล่ม แมนฯ ซิตี้ 8-1, ซันเดอร์แลนด์ แพ้ อาร์เซนอล 0-1, เวสต์แฮม เสมอ แอสตัน วิลล่า 2-2, สเปอร์ส แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 สรุปตารางคะแนน แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม แมนฯ ยูไนเต็ด 38 27 6 5 80 22 87 เชลซี 38 25 10 3 65 26 85 อาร์เซนอล 38 24 11 3 74 31 83 ลิเวอร์พูล 38 21 13 4 67 28 76 เอฟเวอร์ตัน 38 19 8 11 55 33 65 แอสตัน วิลล่า 38 16 12 10 71 51 60 แบล็คเบิร์น 38 15 13 10 50 48 58 ปอร์ทสมัธ 38 16 9 13 48 40 57 แมนฯ ซิตี้ 38 15 10 13 45 53 55 เวสต์แฮม 38 13 10 15 42 50 49 สเปอร์ส 38 11 13 14 66 61 46 นิวคาสเซิล 38 11 10 17 45 65 43 มิดเดิลสโบรช์ 38 10 12 16 43 53 42 วีแกน 38 10 10 18 34 51 40 ซันเดอร์แลนด์ 38 11 6 21 36 59 39 โบลตัน 38 9 10 19 36 54 37 ฟูแล่ม 38 8 12 18 38 60 36 เรดดิ้ง 38 10 6 22 41 66 36 เบอร์มิงแฮม 38 8 11 19 46 62 35 ดาร์บี้ 38 1 8 29 20 89 11 * หมายเหตุ - แมนฯยูไนเต็ด, เชลซี ไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม - อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล ไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 - เอฟเวอร์ตัน ไปยูฟ่า คัพ - เรดดิ้ง, เบอร์มิงแฮม, ดาร์บี้ ตกชั้น
|