|
WWW.KOMCHADLUEK.NET ลูกทุ่งมนต์เพลงพายุ จากตะลุมพุกถึงพายุเกย์ ![]() เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดพายุ "นาร์กีส" ถล่มประเทศพม่า มีผู้เสียชีวิตมากมาย ย้อนหลังไปเมื่อ 46 ปีที่ผ่านมา คืนวันที่ 25 ต่อเนื่องกับวันที่26 ตุลาคม 2505 ประเทศไทยเกิดพายุโซนร้อน แฮเรียต ผาดผ่านทางตอนใต้ของประเทศไทย สร้างความเสียหายให้แก่12 จังหวัดภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับความเสียหายมากที่สุดไม่มีบ้านเรือนราษฎรและสิ่งก่อสร้างหลงเหลืออยู่เลย และมีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 1,000 คน เหตุการณ์ครั้งนั้นก่อให้เกิดแรงบันดาลใจให้ครูเพลงท่านหนึ่ง ชื่อ จิ๋ว พิจิตร ประพันธ์เพลงชื่อ "แหลมตะลุมพุก" ให้ขวัญจิตศรีประจันต์ แหล่ได้อย่างไพเราะ และสะเทือนใจ ครูจิ๋วพิจิตร ครูเพลงวัย 75 ปี ดิเรก เกศรีระคุปต์ วัย85 ปี ย้อนถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า "เพลงนี้ เชิด ทรงศรี เขาสร้างเป็นหนัง เขาเอาเนื้อเรื่องมาให้ครูอ่าน ครูดูข้อมูลจากข่าวด้วย เห็นแต่ซากศพ บ้านเรือนพังเสียหาย ข่าวครั้งนั้นดังมาก ผมเลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมา แต่งยากเหมือนกัน ต้องดูข้อมูลจากหลายๆ ด้าน จำได้ว่าแต่งเพลงนี้ใช้เวลาเป็นชั่วโมง" ด้านศิลปินแห่งชาติชลธีธารทอง เคยแต่งเพลง นํ้าตาอีสาน กับเพลง น้ำตาชาวใต้ร้องโดยสายัณห์ สัญญา เป็นเพลงในช่วงปี2518 ที่เกิดนํ้าท่วมใหญ่ภาคใต้โดยบรรยายภาพในเพลงท่อนหนึ่งว่า "น้ำตาอีสานยังไม่ทันแห้งเหมือนกรรมแกล้งพี่น้องไทย มารู้ข่าวเพื่อนชาวใต้ หลั่งเลือดใจ อีกแล้วเวรกรรม กรรมหรือเวรเกณฑ์เกิดก่อ กรรมใดหนอมาก่อซ้ำสู้ทำนาจนหน้าดำ ฝนกระหน่ำน้ำท่วมนา ยืนรันทดน้ำหมดกายเห็นวัวควายตายต่อหน้า หมดอาลัยมองไร่นาน้ำมันบ่าระอาใจ ผ้าจะนุ่งข้าวจะกินมันหมดสิ้นจะกินที่ไหน" ส่วนแรงบันดาลใจนั้นครูชลธี เล่าว่าภัยครั้งนั้นเป็นข่าวใหญ่มาก ปกติแล้วตนจะมีเพลงบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสมอๆ แต่เพลงแบบนี้ไม่ค่อยได้เปิด เพราะฟังแล้วคนจะเศร้า "ผมสงสารชาวไทยที่เจอแต่ภัยธรรมชาติ อีสานแล้ง ใต้นํ้าท่วม เลยอยากให้กำลังใจชาวใต้ ชาวอีสานนั่งเขียนเพลงนี้อยู่ค่อนชั่วโมง เนื้อดีมาก ช่วงนั้นครูไฟกำลังแรง พอได้ข้อมูลสมองก็สั่งการเลย แนวเพลงนี้เกือบๆ เป็นเพลงแหล่ คนพูดถึงเพลงพวกนี้มาก แต่ไม่ค่อยมีคนเปิด เพราะเนื้อเพลงมันฟังแล้วเศร้า เวลามีเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ผมชอบเขียนไว้ ผมว่ามันเป็นบันทึกของสังคมอย่างหนึ่ง เพลงลูกทุ่งเราทำหน้าที่นี้มาตลอด นี่ก็กำลังดูพายุรามสูรอยู่ว่ามันจะแรงขนาดไหน กะว่าจะเขียนให้ สุนารี ราชสีมาร้องในชุดใหม่ของเขา" ส่วนศิลปินแห่งชาติก้องกาจกำแหง แต่งเพลง "รอรักที่ริมทะเล" เพื่อบันทึกเหตุการณ์พายุเกย์พัดถล่มเมื่อเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2532 โดยพัดเข้าสู่บริเวณจ.ชุมพร ส่งผลให้บ้านเรือน ไร่ นา ได้รับความเสียหาย มีผู้คนล้มตายและสูญหายจำนวนมากเช่นกัน โดย พุ่มพวง ดวงจันทร์ เป็นผู้ถ่ายทอด มีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งบรรยายถึงความรุนแรงของพายุไว้ว่า "คลื่นปั่นน้ำป่วนลมหวนขึ้นหาด เหมือนมัจจุราชเปิดกรุปล่อยพายุเกย์กระชั้นกระโชกต้นไม้โยกหันเห ล้มครืนเค้เก้เมื่อพายุเกย์กล้ำกรายพายุหายหัว ใจฉันห่วงหา คอยเรือเธอมา เฝ้ามองหาแลหาย ที่รักจ๋าหรือว่าเธอตาย เฝ้าห่วงเธอไม่หายมองหาดซ้ำที่เคยพบกัน" ครูก้องเล่าถึงเพลงดังกล่าวว่า "ลมพายุมาเราเห็นข่าวเราก็เขียน ด้วยอารมณ์ปั่นป่วนเหมือนพายุ ชุดนี้ทำกับค่ายท็อปไลน์ เพลงนี้อยู่ในชุด "กะลาทาสี" หญิงสาวเฝ้าคอยคนรักกลับมา ครูบันทึกไว้จำได้คราวๆ เพราะมันนานอายุเราก็เยอะ จำไม่ค่อยแม่นต้องค้นข้อมูล" เพลงลูกทุ่งทั้งสามเพลงน่าจะบรรยายภาพภัยพิบัติพายุไซโคลน "นาร์กีส" ที่พัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันตกของพม่ารวมถึงนครย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่า ก่อความเสียหายมหาศาลได้อย่างชัดเจน ล้อมกรอบ เพลง "แหลมตะลุมพุก" พี่น้องชาวใต้เคยได้มีทุกข์เมื่อแหลมตะลุมพุกพบวาตภัย พายุกระหน่ำไร้ความปรานี ทรัพย์สินที่มีพินาศสูญหาย ทั้งลมทั้งคลื่นมากลืนชีวิตบ้างหลับสนิทไม่รู้วันตาย หมู่ไม้ระเนนโค่นเอนหักทับ บ้านเรือนย่อยยับโถมทับวอดวาย พ่อแม่พี่น้องจึงต้องย้ายแยกบาปซ้ำกรรมแทรกย้ายแยกกันไป พลัดลูกพลัดเมียสูญเสียทุกอย่างย่อยยับอับปางสุดคิดแก้ไข เจ็บป่วยตามกันถึงขั้นสาหัสเป็นภัยพิบัติครั้งที่ยิ่งใหญ่ โอดโอยโหยหวนคร่ำครวญระงม(ซ้ำ) เสียงคลื่นเสียงลมเสียงคนร้องไห้ สงสารเปรมหนุ่มที่มีทุกข์หนักตามหาคนรักด้วยห่วงอาลัย เห็นแต่ซากศพไม่พบลำพูจะตายหรืออยู่ก็ยังสงสัย สะพานเก่าแก่ยังแลเห็นอยู่กลางดงลำพูเคียงคู่กันไป เคยนัดพบกันมาแต่ครั้งก่อนมองเห็นสังหรณ์โอ้น่าใจหาย ลำพูยืนต้นแต่คนไม่อยู่(ซ้ำ) ชื่อลำพูน้องอยู่ที่ไหน สายลมพัดผ่านสะท้านกิ่งใบหรีดร้องเรไรไม่มีเสียงลำพู" |