WWW.KOMCHADLUEK.NET

รัฐบาลพม่าแปะชื่อ"นายพล"ของบริจาคช่วยเหยื่อนาร์กีส

ในหลวง-ราชินีพระราชทานถุงยังชีพ 2,000 ชุด ช่วยเหยื่อ"นาร์กีส" สังฆราช ประทานเงินช่วยเหลือคณะสงฆ์พม่า 1 แสน แฉรัฐบาลพม่าแปะชื่อ "นายพล" บนกล่องบริจาคก่อนส่งช่วยผู้ประสบภัย "สมัคร" ส่งทูตพิเศษบินตรงพม่าประสานการเข้าช่วยเหลือของนานาชาติ ด้าน “นพดล” ปัดปูดชื่อ "สุรยุทธ์" ร่วมทีมเจรจาให้รัฐบาลพม่าเปิดทางต่างชาติเข้าช่วยเหยื่อ

หลังเกิดเหตุการณ์พายุไซโคลน "นาร์กีส" ถล่มสหภาพพม่า สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล ประชาชนชาวพม่าจำนวนมากไร้ที่อยู่อาศัย ขาดเครื่องอุปโภคบริโภค อย่างไรก็ตามนานาชาติได้เร่งส่งข้าวของเครื่องใช้ไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบเหตุ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายประสงค์ พิฑูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะกรรมการมูลนิธิ เดินทางโดยเครื่องบินลำเลียง ซี 130 ของกองทัพอากาศ นำถุงยังชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจำนวน 2,000 ชุด น้ำหนักรวมประมาณ 10 ตัน ซึ่งเป็นสิ่งของอุปโภคบริโภคไปมอบให้รัฐบาลพม่า เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส ถึงท่าอากาศยานมิงกาลาดอน นครย่างกุ้ง โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลสหภาพพม่าต้อนรับ นำโดย พล.อ.ท.เนียบ เฮง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพลจัตวาส่อ มิ้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสวัสดิการสังคมและการย้ายถิ่นฐาน

 พล.อ.อ.ชลิตกล่าวว่า สิ่งของเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชาวพม่าได้ในระดับหนึ่ง แต่ความห่วงใยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีต่อสหภาพพม่านั้นยิ่งใหญ่นัก

 พล.อ.ท.เนียบ เฮงกล่าวว่า ในนามรัฐบาลสหภาพพม่า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเป็นล้นพ้น ที่ทรงมีพระเมตตาต่อราษฎรผู้เดือดร้อน สำหรับสิ่งของพระราชทาน จะนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในนครย่างกุ้ง พะโค อิระวดี รัฐมอญ และรัฐกะเหรี่ยง โดยขนส่งทั้งทางรถยนต์ เรือ และเครื่องบิน

"สังฆราช"ประทานเงินช่วยพระ

 วันเดียวกัน สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชแจ้งว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานปัจจัยช่วยเหลือพระสงฆ์แห่งสหภาพพม่าจำนวน 1 แสนบาท โดยมีพระ ดร.อชิน ญาณิสสระ อธิการบดีสภาการศึกษาพระพุทธศาสนานานาชาติสีตะคู ประธานสังฆสภาสงฆ์แห่งสหภาพพม่า เป็นผู้แทนเข้าเฝ้ารับมอบปัจจัยดังกล่าวในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ และประทานอนุญาตให้สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ดำเนินการรับบริจาคปัจจัย สิ่งของที่จำเป็นแก่การยังชีพในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่พระสงฆ์ และประชาชนชาวพม่าอีกด้วย

 พระครูสังฆสิทธิกร หัวหน้าฝ่ายศาสนวิเทศ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชกล่าวว่า สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้ออกคำสั่ง สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ที่ 1/2551 เรื่อง แต่งตั้งกรรมการโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีเกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มประเทศสหภาพพม่า เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราช ทรงห่วงใยคณะสงฆ์และประชาชนในพม่าเป็นอย่างมาก เพราะผู้เสียชีวิตนับแสนคนและอีกเป็นล้านคนกำลังขาดแคลนที่พักพิงและน้ำดื่ม ทั้งนี้ ประชาชนกำลังต้องการผ้าใบพลาสติก ยาฆ่าเชื้อโรค อุปกรณ์ประกอบอาหาร มุ้ง อุปกรณ์ด้านสาธารณสุข และอาหาร อย่างเร่งด่วน ในขณะเดียวกันพระสงฆ์ของพม่าก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ โดยไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ อีกทั้งวัดทางพระพุทธศาสนายังต้องเป็นที่พักพิงชั่วคราวของผู้ประสบภัยด้วย โดยพุทธศาสนิกชนสามารถบริจาคได้ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม-30 มิถุนายนนี้ ที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โทร.0-2281-2831-3

กำชับจนท.ส่งของถึงมือเหยื่อพายุ

 เจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) กล่าวว่า การส่งของไปช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีสนั้น หากทางการพม่าอำนวยความสะดวกในการส่งของไปช่วยเหลือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ก็พร้อมที่จะดำเนินการส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านไปทาง อ.แม่สอด จ.ตาก ไปยัง จ.เมียวดี ของพม่าอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นช่องทางที่สามารถขนส่งสิ่งของไปได้จำนวนมากและใช้เวลาไม่นาน

 "ได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่นำสิ่งของไปส่งพม่า ว่าต้องให้สิ่งของถึงมือผู้ประสบภัยโดยตรง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ของพม่ามารับที่ จ.เมียวดี และคาดว่าน่าจะถึงเมืองย่างกุ้งในวันนี้ (11 พ.ค.)" เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์กล่าว

ทูตพิเศษ รมว.กห.บินตรงเข้าพม่า

 เมื่อสื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะทูตพิเศษของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทยเที่ยวบิน ทีจี 303 ไปยังนครย่างกุ้งแล้ว

 ทั้งนี้ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ยืนยันว่า การเดินทางดังกล่าวเพื่อเข้าพบกับ พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีสหภาพพม่า เพื่อเป็นตัวกลางประสานงานการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีส ภายหลังทางการสหรัฐอเมริกา ระบุว่ามีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ จำนวนมาก ที่ประสงค์จะให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยภายใต้ความร่วมมือในโครงการเวิลด์ฟู้ดโปรแกรม โดยอเมริกาเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือไปอยู่ที่กรุงเทพฯ และพร้อมให้ความช่วยเหลือชาวพม่าจำนวน 6 แสนคนได้มีอาหารบริโภคนานติดต่อกัน 6 เดือน แต่ติดขัดปัญหาเรื่องวีซ่าและการนำยานพาหนะส่งของเข้าพม่า อย่างไรก็ตาม การเดินทางในครั้งนี้นายกรัฐมนตรียังได้ฝากจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีสหภาพพม่าด้วย

"สมัคร"แจงติดภารกิจไปพม่าไม่ได้

 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "สนทนาประชาสมัคร" ว่าหลังเกิดเหตุพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มประเทศพม่า ในส่วนของประเทศไทยโดยความร่วมมือของหลายฝ่ายทั้งทหาร พลเรือนได้ส่งสิ่งของช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมกันนี้สหรัฐก็แสดงเจตจำนงที่จะให้ความช่วยเหลือโดยผ่านการเจรจาของไทย แต่พม่าต้องการรับการช่วยเหลือเป็นสิ่งของไม่ขอให้นำคนเข้าไป อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีพม่าพร้อมจะให้เข้าพบในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ แต่เนื่องจากติดภารกิจไม่สามารถตอบตกลงได้จึงได้ส่งจดหมายกลับไป แต่มีการนำเสนอข่าวว่า พม่าไม่รับนายสมัครแต่ต้อนรับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ผบ.สส.

 นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ตาก ได้แจ้งว่าส่งของไปช่วยทางเส้นทางเมียวดี 420 กม. อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย ที่ชัดเจน แต่ก็ทราบว่า มีการลงประชามติไปแล้วเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ได้เลื่อนการลงประชามติไปให้ส่วนของพื้นที่ที่มีความเสียหายและยังไม่เปิดหีบการลงประชามติในส่วนของพื้นที่ที่ลงไปแล้ว

"สุรยุทธ์"งงชื่อโผล่เจรจาพม่า

 แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและองคมนตรี กล่าวถึงข่าวที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาระบุว่า พล.อ.สุรยุทธ์จะเดินทางไปพม่าเพื่อไปช่วยเจรจาให้พม่ายอมรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศในวันที่ 11 พฤษภาคมว่า ไม่มี เพราะพล.อ.สุรยุทธ์ยังไม่เคยรับปากใครจะมาทำงานเรื่องนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ยังไม่ทราบเรื่อง ยังงงอยู่ว่าข่าวออกมาได้อย่างไร ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ทราบข่าวจากทีวีวานนี้ ยังสงสัยว่าข่าวนี้มาจากไหนออกมาได้อย่างไร และทำไมมีข่าวนี้ออกมา น่าจะเป็นเพียงการปล่อยข่าวกันมากกว่า ซึ่งไม่ทราบว่าหวังผลอะไรหรือไม่ อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้ พล.อ.สุรยุทธ์มีกำหนดการเดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพที่ จ.เพชรบุรี

เล็ง ชม.รวมของบริจาคทุกชาติ

 ด้านนายนพดลแถลงกรณีการให้ความช่วยเหลือประเทศพม่าว่า ไทยเป็นประเทศแรกที่เข้าไปช่วยเหลือประเทศพม่า หลายประเทศให้ความชื่นชมและประสานมายังประเทศไทยเพื่อขอให้เป็นตัวกลางในการประสานเจรจากับพม่า เพื่อให้พม่าอนุญาตให้หน่วยงานของประเทศต่างๆ เข้าไปให้ความช่วยเหลือในพม่าได้ เนื่องจากขณะนี้พม่าเพียงแค่เปิดรับสิ่งของ แต่ยังไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในประเทศ เบื้องต้นมองว่าอาจจะใช้พื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีชายแดนติดกับพม่า เป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคสิ่งของจากประเทศต่างๆ ก่อนจะใช้เครื่องบินนำสิ่งของเหล่านั้นส่งไปให้พม่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศเป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคสิ่งของจากทั้งประเทศ นอกจากนี้ ยังจะหารือกับนายกรัฐมนตรีในการที่จะเดินทางไปพม่าด้วย โดยเบื้องต้นได้ใช้ช่องทางทางการทูต เพื่อประสานขอเดินทางเข้าไปยังพม่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตอบรับ

ปัดปูดข่าว"สุรยุทธ์"ไปพม่า

 จากนั้นนายนพดลได้ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวกรณีที่ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปประเทศพม่านั้น นายนพดลกล่าวยืนยันว่า ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์ดังกล่าว และโดยส่วนตัวแล้วก็ไม่รู้จักกับ พล.อ.สุรยุทธ์ ส่วนที่มีการมองกันว่า พล.อ.สุรยุทธ์ มีความเชี่ยวชาญทางทหาร จะทำให้การเจรจาเป็นไปได้โดยง่ายนั้น นายนพดลกล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือประเทศพม่าจะเป็นความช่วยเหลือจากกระทรวงการต่างประเทศที่รับผิดชอบโดยตรง และรัฐบาลเท่านั้น

ข้ามไปเกาะสองมอบของช่วยพม่า

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลากลางจังหวัดระนอง นางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าฯ ระนอง รับมอบเงินสดจำนวน 467,000 บาท และสิ่งของเครื่องใช้ ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม เสื้อผ้า ยารักษาโรค น้ำหนักรวมประมาณ 10 ตัน จากตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนในจังหวัด เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีส จากนั้นนางกาญจนาภาพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนภาคเอกชน ได้นำเงินและของทั้งหมดลงเรือบรรทุกสินค้าข้ามไปยัง จ.เกาะสอง ประเทศพม่า โดยมี นายอู เอ มิ้น ลวิน ผู้ว่าฯ เกาะสอง พ.อ.เมี้ยน โทน ผู้บัญชาการยุทธศาสตร์ทหารบกจังหวัดเกาะสอง ต้อนรับ และรับมอบเงินสดและสิ่งของทั้งหมดเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป ซึ่งมีประชาชนชาวพม่าที่เกาะสองให้ความสนใจมุ่งดูเป็นจำนวนมาก

 นายอู เอ มิ้น ลวิน กล่าวว่า ในนามผู้ประสบภัยชาวพม่า ต้องขอขอบคุณผู้ว่าฯ ระนอง หน่วยงานราชการ หน่วยงานภาคเอกชน รวมถึงประชาชนชาวระนองและชาวไทยทุกคน ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวพม่า ขอยืนยันว่า เงินสดและเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับบริจาคมาทั้งหมด จะส่งถึงมือผู้ประสบภัยอย่างแน่นอน

 ด้านนางกาญจนาภากล่าวว่า ผู้ประสบภัยกำลังต้องการวัสดุก่อสร้าง สังกะสีมุงหลังคา และของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้หญิงเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางจังหวัดจะได้รับบริจาคมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในรอบต่อไป

"อ๊อกซ์แฟม"ชี้ยอดตายอาจพุ่ง15เท่า

 ซาราห์ ไอร์แลนด์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกขององค์กรการกุศล (อ๊อกซ์แฟม) กล่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มพม่าอาจเพิ่มขึ้น 15 เท่า เป็น 1.5 ล้านคนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เว้นเสียแต่ว่าการบรรเทาทุกข์ในรูปแบบเดียวกับเมื่อครั้งที่เกิดสึนามิจากเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์สากลจะเข้าถึงพม่า โดยปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอีก 15 เท่าในอนาคตอันใกล้นี้ คือ สภาพแวดล้อมด้านการสาธารณสุข

 อ๊อกซ์แฟมยังเรียกร้องให้พม่ายอมยกเลิกข้อจำกัดในการให้วีซ่าแก่องค์การบรรเทาทุกข์สากลที่ต้องการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพม่า ซึ่งเป็นการประสานเสียงเรียกร้องของผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรเทาทุกข์ ที่ต้องการให้รัฐบาลทหารยอมออกวีซ่าให้นำโครงการช่วยเหลือฉุกเฉินเข้าไปในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากพายุไซโคลน เมื่อวันที่ 2-3 พฤษภาคม ที่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเพิ่งจะได้รับความช่วยเหลือไม่มากนัก

แปะชื่อ"นายพล"บนสิ่งของบริจาค

 สำนักข่าวเอพีรายงานว่า รัฐบาลพม่าได้นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ได้รับการบริจาคจากนานาชาติไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติแล้วเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม แต่ได้นำชื่อของเหล่านายพลในคณะรัฐบาล มาคาดบนกล่องบรรจุสิ่งของบรรเทาทุกข์ ซึ่งแสดงให้เห็นความพยายามจะใช้การบรรเทาทุกข์เหยื่อไซโคลน เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาล โดยเอพีรายงานว่า สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลได้แพร่ภาพบรรดานายพลระดับสูง รวมทั้ง พล.อ.อาวุโส ตัน ฉ่วย มอบกล่องบรรจุสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ผู้ที่รอดชีวิต ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีอยู่กล่องหนึ่งมีชื่อ พล.ท.มินท์ ชเว ดาวรุ่งมาแรงของรัฐบาลทหาร เป็นตัวหนังสือหนาและมีขนาดใหญ่ บังตัวอักษรที่มีขนาดเล็กกว่า ที่เขียนว่า "ความช่วยเหลือจากราชอาณาจักรไทย"

 ด้านนายมาร์ค ฟาร์แมนเนอร์ ผู้อำนวยการเบอร์มา แคมเปญ ยูเค ที่รณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในพม่า ให้ความเห็นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า ได้เห็นบรรดาผู้บัญชาการทหารเอาชื่อตัวเองปะไว้ตามกล่องสิ่งของบรรเทาทุกข์จากเอเชียเรียบร้อยแล้ว โดยแอบอ้างว่าเป็นของขวัญจากพวกเขาก่อนจะแจกจ่ายไปตามภูมิภาค แต่ไม่ได้เข้าถึงพื้นที่ที่ต้องการสิ่งของบรรเทาทุกข์อย่างหนักแต่อย่างใด

 ส่วนความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือนั้น ขณะนี้รัฐบาลทหารได้ยอมให้เครื่องบินขนส่งของสหรัฐ นำสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าพม่าได้ในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ แต่ยังคงห้ามผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติของนานาชาติเข้าประเทศ โดยโฆษกของโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ (ดับเบิลยูอีพี) กล่าวว่า เป็นข่าวดีที่เที่ยวบินบรรเทาทุกข์ 2 เที่ยวได้รับอนุญาตให้เข้าพม่าได้เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากเครื่องบิน 2 ลำของดับเบิลยูเอฟพีถูกทางการพม่ายึดไว้ และมีการโต้แย้งกันเกิดขึ้น

พม่ายังส่งออกข้าวทั้งที่ปชช.ไม่มีกิน

 สำนักข่าวดีพีเอรายงานว่า พม่ายังคงส่งออกข้าวไปขายยังต่างประเทศ ทั้งๆ ที่กำลังประสบปัญหาประชาชนอดอยากยากแค้นเพราะพายุไซโคลนนาร์กีส โดยมีรายงานว่า ข้าวหลายกระสอบถูกขนลงเรือที่ท่าเรือทิลาวา ปากแม่น้ำย่างกุ้ง เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมขนไปยังบังกลาเทศ ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลซึ่งเป็นผู้เดียวที่ผูกขาดสิทธิในการส่งออกข้าวของประเทศกล่าวว่า มีแผนจะส่งข้าวให้ครบตามสัญญาที่ได้ทำเอาไว้

หญิงสิงคโปร์ควักช่วย2.3ล้าน

 หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทม์สรายงานว่า สตรีวัยประมาณ 40 ปี ชาวสิงคโปร์ ได้บริจาคเงินช่วยเหลือเหยื่อไซโคลนนาร์กีสในพม่าถึง 1 แสนดอลลาร์สิงคโปร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 2.3 ล้านบาท เพื่อแสดงให้ลูกชายเห็นว่า การบริจาคเงินช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากเป็นอย่างไร โดยสตรีผู้นี้ได้เดินทางไปยังสำนักงานกาชาดพร้อมกับลูกชายวัย 10 ขวบ เพื่อแสดงความจำนงที่จะช่วยเหลือ จากนั้นได้ควักเงินปึกหนึ่งที่มัดด้วยยางวงออกจากกระเป๋า เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ มูลค่ารวม 5 หมื่นดอลลาร์สิงคโปร์ ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังขอบคุณเธอ สตรีผู้นี้ก็ควักเงินออกมาอีกปึกหนึ่ง แล้วบอกว่า "นี่อีก 5 หมื่นเหรียญ" พร้อมกล่าวว่า รู้สึกสงสารเหยื่อพายุไซโคลนมาก แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามของตัวเอง

น้ำป่า-โคลนไหลท่วม200หลังคา

 ส่วนสถานการณ์ฝนตกในประเทศไทย นายวิญญู ภักดีอักษร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกำแพงเพชร (ปภ.) กล่าวว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม เกิดฝนตกหนักในเขต อ.เมือง และ อ.คลองขลุง ส่งผลให้น้ำจากเชิงเขาไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่ ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร โดยกระแสน้ำได้พัดเอาดินโคลนเข้าบ้านเรือนราษฎรบางส่วน รวมถึงท่วมถนนเข้าหมู่บ้านจนถูกตัดขาด ไม่สามารถเดินทางเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ ปภ.ต้องใช้เรือผูกและใช้เชือกดึงเพื่อลำเลียงราษฎรออกมายังพื้นที่ปลอดภัย เบื้องต้นมีราษฎรได้รับความเดือดร้อนแล้วประมาณ 200 ครัวเรือน จนถึงขณะนี้น้ำยังคงท่วมถนนและลดระดับลงเพียงเล็กน้อย เวลาเดียวกันยังเกิดน้ำป่าหลากเข้าท่วมพิ้นที่หมู่ 15 ต.วังไทร อ.คลองขลุง ทำให้บ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากความรุนแรงของกระแสน้ำและดินโคลนที่ถูกพัดมาพร้อมกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ราษฎรต้องอพยพออกจากพื้นที่ไปอยู่ที่วัดในหมู่บ้านใกล้เคียง ล่าสุดระดับน้ำลดลงบางส่วนแล้ว

 นายวิญญูกล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้แจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและมิสเตอร์เตือนภัยในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมการรับมือรวมแผนอพยพผู้ประสบภัย เนื่องจากตลอดทั้งวันที่ 11 พฤษภาคม เมฆยังคงก่อตัวจนทำให้สภาพอากาศมืดครึ้ม