WWW.KOMCHADLUEK.NET

"มิ่งขวัญ"ขายลำไยบิ๊กลอต3.6หมื่นล้าน

"มิ่งขวัญ" โชว์ฟอร์มประสบความสำเร็จเทขายลำไยสดล่วงหน้าเป็นครั้งแรกของประเทศ วันเดียวขายเกลี้ยงทั้งฤดู 4 แสนตัน มูลค่า 35,800 ล้านบาท ขณะที่ชาวสวนยังหวั่นปัญหาลำไยอบแห้งค้างสต็อก

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบนโยบายและบรรยายพิเศษในการประชุมการส่งออกลำไยสู่ตลาดโลก ณ ห้องอิมพีเรียล แกรนด์ฮอล์ โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนเทรดเดอร์จาก 14 ประเทศ กลุ่มโมเดิร์นเทรด สหกรณ์การเกษตร และเกษตรกร เข้าร่วมกว่า 500 คน

 นายมิ่งขวัญกล่าวว่า  การตกลงซื้อขายลำไยในครั้งนี้เป็นการซื้อขายล่วงหน้าก่อนผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 3-4 เดือน และยังถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศ คาดว่าลำไยที่จะออกสู่ตลาดในปี 2551 มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 4.2 แสนตัน โดยจะส่งออกประมาณร้อยละ 75 ที่เหลืออีกร้อยละ 25 จะเป็นการบริโภคในประเทศ ซึ่งลำไยที่จะออกสู่ตลาดนั้นส่วนใหญ่จะเพาะปลูกอยู่ในพื้นที่ 10 จังหวัดในภาคเหนือ

 การดำเนินการดังกล่าวถือว่าเป็นโมเดลการค้าขายรูปแบบใหม่ ในส่วนของลำไยจะมีพาณิชย์จังหวัดและผู้อำนวยการศูนย์สงเสริมการส่งออกเป็นกำลังหลักในการดำเนินงาน หากได้ผลเป็นที่น่าพอใจจะนำไปใช้กับผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่นๆ ต่อไป หากเกษตรกรมีปัญหาในการเจรจาการค้าให้ติดต่อกับทั้ง 2 หน่วยงานได้โดยตรง หากพบว่าในจังหวัดใดไม่ตอบสนองนโยบายดังกล่าวก็จะมีการโยกย้ายทันที

           นายมิ่งขวัญกล่าวต่อไปว่า การเจรจาซื้อขายในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ พบว่ามีปริมาณความต้องการลำไยรวมทั้งสิ้น 8.18 แสนตัน มีการเจรจาสั่งซื้อแล้ว 4.35 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 1,131 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.58 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2550 ราคาลำไยเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 33 บาท ส่วนในปีนี้คาดว่าราคาจะสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 50 บาท

 ขณะที่ นายบัญชาการ พลชมชื่น ที่ปรึกษาสหกรณ์ผู้ปลูกลำไยสารภี กล่าวว่า หลังจากมีการแถลงผลการซื้อขาย ทำให้กลุ่มเกษตรกรชาวสวนลำไยรวมตัวแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง บางส่วนแสดงความไม่มั่นใจต่อการซื้อขายครั้งนี้ เพราะยังไม่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายอย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้ซื้อสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้อย่างไม่มีปัญหาเรื่องข้อตกลงต่างๆ

นายบัญชาการกล่าวอีกว่า การดำเนินการตามนโยบายของนายมิ่งขวัญ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ภาครัฐหันมาให้ความสนใจปัญหาราคาผลผลิตของเกษตรกร แต่ปัญหาราคาลำไยมีความซับซ้อนลำพังการนำผู้ซื้อมาเจรจาซื้อขายผลผลิตกับเกษตรกร ยังไม่เพียงพอ แต่จะต้องมีการดำเนินการทั้งระบบ โดยเฉพาะในเรื่องลำไยอบแห้ง ที่ตัวแทนเกษตรกรได้นำเสนอในที่ประชุมดำเนินการแก้ไขเรื่องราคาผลผลิตควบคู่กับการนำลำไยอบแห้งในสต็อกของปี 2546 ออกจำหน่าย เพราะลำไยอบแห้งที่ค้างสต็อกจะเป็นตัวฉุดราคา เนื่องจากเมื่อถึงช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ลำไยอบแห้งจะฉุดราคาลำไยสดที่พ่อค้ารับซื้อ เพราะเมื่อปริมาณลำไยอบแห้งยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำตามมาเช่นทุกปี